
แอลพีจีถูกลงพยุงกองทุนน้ำมันฯไม่กู้เพิ่ม
สบพน.ยันไม่ต้องกู้เงินเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ หลังแนวโน้มราคาแอลพีจีลง
สบพน.ยันไม่ต้องกู้เงินเสริมสภาพคล่องกองทุนน้ำมันฯ หลังแนวโน้มราคาแอลพีจีลง
นายชายน้อย เผื่อนโกสุม รักษาการผู้อำนวยการสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน (องค์การมหาชน) หรือ สบพน. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง สบพน.ยังไม่ได้กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แม้จะมีรายจ่ายติดลบวันละ 698 ล้านบาท เพราะเชื่อว่าการชดเชยก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในเดือน ก.พ.-มี.ค. จะเริ่มลดลงจากทิศทางราคาในตลาดโลก จากเดือน ม.ค. ราคาอยู่ที่ 1,014 เหรียญสหรัฐต่อตัน จะลดลงอยู่ที่ 800-900 เหรียญสหรัฐต่อตัน
ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันฯ ยังอยู่ในสถานะที่บริหารจัดการได้ เพราะยังมีเงินไหลเข้าออกรายวัน โดยหน้าที่หลักขณะนี้คือการดูแลราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 30 บาท ซึ่งช่วงนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มปรับลดลงมาบ้าง ทำให้ไม่ต้องเข้าไปพยุงราคามาก โดยค่าการตลาดดีเซลเฉลี่ยอยู่ที่ 1.56 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ค่าการตลาดน้ำมันอยู่ในระดับลิตรละเกือบ 2 บาท แต่จะไม่เรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม โดยจะให้ผู้ค้าน้ำมันลดราคาขายปลีกให้กับประชาชน
“วงเงินกู้ที่เตรียมไว้ใช้ 3 หมื่นล้านบาท ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ จะไม่นำมาใช้ เพราะจะมีภาระดอกเบี้ยตามมา ประกอบกับจะใช้วิธีปรับโครงสร้างอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ แทน เพื่อให้สภาพคล่องทางการเงินยืดหยุ่นได้” นายชายน้อย กล่าว
อย่างไรก็ตาม กองทุนน้ำมันฯ เริ่มมีฐานะติดลบตั้งแต่ต้นปี 2557 โดยภาระหลักมาจากชดเชยแอลพีจีเฉลี่ยเดือนละ 2,000-3,000 ล้านบาท







