posttoday
อย่ากลัวตกรถ!

อย่ากลัวตกรถ!

14 มกราคม 2557

การปรับขึ้นของตลาดวานนี้ถึงกว่า 20 จุด ฉลองการชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันแรกน่าจะมาจากความหวังว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ จะเลื่อนออกไป หลังมีข่าวว่ารักษาการนายกฯ เชิญประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวันที่ 15 ม.ค.นี้ เรื่องการเลือกตั้ง แม้ว่าดิฉันจะเห็นด้วยว่าดัชนีตลาดปัจจุบันไม่แพง โดยในสัปดาห์ที่แล้วได้เขียนถึงค่า PE ของตลาดปัจจุบันที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี และใกล้เคียงกับช่วงเหตุการณ์นองเลือดที่แยกราชประสงค์เมื่อกลางปี 2553 รวมทั้งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียถึง 20% (ช่วงที่การเมืองรุนแรงถึงขีดสุด เราซื้อขายที่ PE ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน 25%) ถือว่าตลาดปัจจุบันสะท้อนความเสี่ยงเรื่องการเมืองไปมากแล้ว

การปรับขึ้นของตลาดวานนี้ถึงกว่า 20 จุด ฉลองการชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันแรกน่าจะมาจากความหวังว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ จะเลื่อนออกไป หลังมีข่าวว่ารักษาการนายกฯ เชิญประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวันที่ 15 ม.ค.นี้ เรื่องการเลือกตั้ง แม้ว่าดิฉันจะเห็นด้วยว่าดัชนีตลาดปัจจุบันไม่แพง โดยในสัปดาห์ที่แล้วได้เขียนถึงค่า PE ของตลาดปัจจุบันที่ต่ำสุดในรอบ 3 ปี และใกล้เคียงกับช่วงเหตุการณ์นองเลือดที่แยกราชประสงค์เมื่อกลางปี 2553 รวมทั้งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียถึง 20% (ช่วงที่การเมืองรุนแรงถึงขีดสุด เราซื้อขายที่ PE ต่ำกว่าเพื่อนบ้าน 25%) ถือว่าตลาดปัจจุบันสะท้อนความเสี่ยงเรื่องการเมืองไปมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนอย่าลืมว่าการเลื่อนวันเลือกตั้งไม่ใช่ความต้องการของฝ่าย กปปส. ที่แสดงจุดยืนชัดเจนว่า นายกฯ รักษาการต้องลาออกเท่านั้น เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ดังนั้น ณ จุดนี้จึงไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่า สถานการณ์การเมืองมีพัฒนาการที่ดีขึ้น นักลงทุนจึงไม่ต้องกังวลว่าจะตกรถ!!!

แต่ถึงแม้วันเลือกตั้งจะไม่เลื่อน เราก็คงจะไม่มีรัฐบาลจนกว่าจะกลางปี เพราะด้วยสถานการณ์ปัจจุบันชี้ว่า จำนวน สส.มีไม่ครบเกณฑ์ 95% (475 คน) จากจำนวน สส.ทั้งหมด 500 คน ทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ เพราะหลังจากการปิดรับสมัคร สส. แบบแบ่งเขตสิ้นสุดลงในวันที่ 1 ม.ค. มี 8 จังหวัดในภาคใต้ รวม 28 เขต ที่ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้จากการขัดขวางของผู้ชุมนุม และมีอีก 22 เขตที่มีผู้สมัครเพียงรายเดียว และในกรณีที่เขตนั้นๆ มีผู้สมัครเพียง 1 คน หากผู้สมัครรายนั้นได้รับคะแนนเสียงไม่ถึง 20% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น หรือถ้าเกิน 20% แต่น้อยกว่าคะแนนโหวตโน จะต้องเลือกตั้งใหม่

ทั้งนี้ หลังจากวันเลือกตั้งต้องประกาศผลภายใน 30 วัน ก็คือ 2มี.ค.หากมีการเลือกตั้งซ่อม ซึ่งใช้เวลาประมาณอีก 1 เดือนถัดไป คือ เดือน เม.ย. ประกาศผลต้นเดือน พ.ค. ผู้ชนะการเลือกตั้งต้องจัดตั้งรัฐบาลภายใน 30 วัน คือ เดือน มิ.ย. หมายความว่าจากนี้ไปจนถึงเดือน มิ.ย. จะยังไม่มีรัฐบาล (หากไม่ต้องเลือกตั้งซ่อมอีก) และถึงแม้มีรัฐบาลแล้ว การชุมนุมทางการเมืองโดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็คงไม่จบ

ยังไม่นับว่ายังมีอีกหลายคดีต่างๆ ที่ยังค้างอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและป.ป.ช. คดีที่น่าลุ้นที่สุด คือ คดีทุจริตโครงการจำนำข้าวที่มีการยื่นถอดถอนนายกฯ ปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกฯ และจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ล่าสุด ป.ป.ช.ระบุว่าจะสามารถสรุปข้อกล่าวหาได้ภายในเดือน มี.ค.นี้ หาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด นายกฯ รักษาการต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ หากคำตัดสินมีออกมาก่อนเลือกตั้ง จะเกิดสุญญากาศทางการเมือง และช่วงเวลาดังกล่าวจะเหลือเพียงวุฒิสภาที่ทำหน้าที่ที่อาจทำให้ต้องเลือกนายกฯคนกลางขึ้นมาบริหารประเทศ ดังนั้น สุญญากาศทางการเมืองจะเกิดขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของคำตัดสินของ ป.ป.ช.!!!

แม้ไม่มีเหตุการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจไทยในปี 2557 อ่อนแออยู่แล้ว จากผลของนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่กระตุ้นการบริโภคในระยะสั้นแลกมาด้วยการสร้างหนี้ผูกพันในระยะยาว หนี้ภาคครัวเรือนที่สูงจึงจะยังบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคไปอีก 1 ปีเป็นอย่างน้อย ขณะเดียวกันนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี 2551 ทำให้เกิดการเลิกจ้างงานในบางธุรกิจ และในเมื่อเศรษฐกิจในช่วง 2 ปีนี้ (ปี 25562557) เติบโตเฉลี่ยเพียง 3% ไม่มากพอที่จะทำให้ภาคธุรกิจขยายกำลังการผลิตและเกิดการจ้างงานใหม่ การเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งของการบริโภคของประชาชนจึงเป็นไปไม่ได้

ล่าสุดฝ่ายวิเคราะห์ของ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ได้ปรับประมาณการ GDP ปี 2557 ลงเหลือเพียง 3.0% จากเดิม 4.4% โดยปรับลดคาดการณ์การลงทุนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ (น้ำหนัก 22% ของ GDP) ลงมากที่สุด จึงเหลือเพียง “การส่งออก” ที่กลายเป็นเครื่องยนต์ตัวเดียวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีนี้ เศรษฐกิจที่แผ่วลงแทบทุกภาคส่วน จึงมีโอกาสสูงที่ กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 2.00%

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มที่มี Valuations ถูกกว่าแม้กระทั่งในช่วง Subprime คือ กลุ่มธนาคารโดยเฉพาะ SCB, KBANK และ BBL กลุ่มที่ PE ถูกรองลงมา คือ กลุ่มบ้านโดยเฉพาะ AP, PS, SPALI ส่วนกลุ่มรับเหมาที่ PE ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์มีเพียง STEC สำหรับหุ้นตัวอื่นที่ PE ต่ำเกือบใกล้จุดต่ำสุด ได้แก่ AOT, MINT, HANA, HMPRO ส่วนกลุ่ม ICT ที่น่าสนใจ คือ INTUCH

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน