posttoday
บิ๊กอสังหาฯรับมือม็อบมุ่งตลาดใหม่-บุกแนวราบ

บิ๊กอสังหาฯรับมือม็อบมุ่งตลาดใหม่-บุกแนวราบ

14 มกราคม 2557

โชคชัย สีนิลแท้/สุกัญญา สินถิรศักดิ์

โชคชัย สีนิลแท้/สุกัญญา สินถิรศักดิ์

แม้ว่าบรรยากาศทางการเมืองจะยังฝุ่นตลบ แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายค่ายก็เคาะแผนการลงทุนในปี 2557 กันออกมาแล้ว โดยมีสัญญาณที่ชัดเจนเลยว่าจำนวนที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปีนี้จะลดลงจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม หลังจากปีที่แล้วอุปทานห้องชุดเปิดใหม่ทะลุกว่า 8.5 หมื่นหน่วย ปีนี้หลายค่ายจะเริ่มขยับไปทำบ้านแนวราบมากขึ้น ขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในต่างจังหวัดก็ลดความร้อนแรงลงเช่นกัน แต่มีแนวโน้มว่ารายใหญ่หลายค่ายจะหันไปบูมตลาดรองจากหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงราย พิษณุโลก อุบลราชธานี มหาสารคาม เป็นต้น

สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ บริษัทรายใหญ่หลายค่ายยังหวังที่จะผลักดันยอดขายให้เติบโตภายใต้การปรับตัวอย่างหนัก รับมือกับปัจจัยลบต่างๆ ที่กระทบต่อตลาดที่อยู่อาศัย ด้วยการหันไปหาตลาดใหม่ๆ เป็นการทดแทน

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า บริษัทต้องหาวิธีที่จะโตภายใต้สถานการณ์ต่างๆ โดยภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลปีนี้คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 5% แต่เอพีตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 10% หรือมีมูลค่าประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ปีนี้อยู่ที่ 19 โครงการ แบ่งเป็นแนวราบ 13 โครงการ และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท โดยที่ผ่านมาเอพีพยายามรักษาสัดส่วนบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมให้สมดุลกัน แต่ต้องยอมรับว่า ปีนี้จะเน้นตลาดบ้านแนวราบมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดบ้านหรูตามกลยุทธ์หาช่องว่างตลาดใหม่ๆ

ในปีที่แล้ว เอพีทดลองเปิดตลาดบ้านเดี่ยวในเมือง ภายใต้แบรนด์ โซล (Soul) ทำเลเอกมัยลาดพร้าว (บดินทรเดชา) ราคา 15-18 ล้านบาท และทำเลลาดพร้าวเสนา (วังหิน) ราคา 20 ล้านบาท แล้วได้รับการตอบรับที่ดีมาก ปีนี้จึงเตรียมเปิดตัวบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์อีก 2 โครงการ ประเดิมโครงการแรกของปี “โซล รัชดา 68” บ้านเดี่ยว ราคา 30-35 ล้านบาท จำนวน 30 ยูนิต คาดว่าจะเปิดตัวประมาณเดือน ก.พ.นี้ โดยแม้ว่าปัจจัยทางการเมืองจะยังไม่ชัดเจน แต่การเปิดตัวโครงการใหม่ยังต้องดำเนินต่อไป เพียงแต่ต้องเลือกจังหวะในการเปิดตัวในการใช้งบโฆษณาต่างๆ ที่เหมาะสม

วิทการ กล่าวอีกว่า ความยากของปีนี้ นอกจากออกสินค้าให้โดนใจลูกค้าในเวลาที่เหมาะสมแล้ว ยังอยู่ที่การประเมินสถานการณ์ต่างๆ ให้ดี เพื่อจัดอีเวนต์และออกแคมเปญทางการตลาดต่างๆ ในจังหวะที่ถูกต้องโดยไม่เสียงบประมาณแบบเปล่าประโยชน์ด้วย ดังนั้น กลยุทธ์การทำตลาดปีนี้จึงต้อง “เข้าเร็ว” และ “ออกเร็ว” ยืดหยุ่นสูง พร้อมเลื่อน พร้อมลุยได้เสมอ

ขณะที่ อธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ปีนี้มีแผนที่จะเปิดตัว 24 โครงการใหม่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น บ้านแนวราบ 16 โครงการ มูลค่ารวม 1.5 หมื่นล้านบาท และคอนโดมิเนียม 8 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเตรียมพร้อมทุกอย่างแล้ว แต่ต้องดูจังหวะในการเปิดตัวอีกครั้ง

ขณะที่การไปตลาดต่างจังหวัด ปีนี้มีด้วยกัน 9 โครงการ ส่วนที่เหลืออีก 15 โครงการจะอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยปีนี้จะขยายไปยังตลาดต่างจังหวัดใหม่ๆ ที่ศุภาลัยยังไม่เคยไป เช่น อุบลราชธานี นครราชสีมา ส่วนจังหวัดที่เคยเปิดตลาดมาแล้ว เช่น ขอนแก่น หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ จะเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง เพื่อผลักดันยอดขายปีนี้ให้เติบโต 10-15%

ด้าน เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศขณะนี้ทำให้ทุกคนเกิดความกังวลใจ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้บริษัทต้องปรับแผนการตลาดให้สอดคล้อง โดยได้เปิดโครงการใหม่ในปีนี้ลดลงเหลือ 19 โครงการ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท เน้นตลาดกรุงเทพฯ 90% ตลาดต่างจังหวัด 10% จากปีก่อนที่มีโครงการเปิดใหม่ 48 โครงการ มูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่เคยเน้นตลาดกรุงเทพฯ 50% ต่างจังหวัด 50%

เลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการเปิดโครงการรอบใหม่ ซึ่งจากเดิมจะเปิด 50 โครงการใหม่ จะต้องหดเป้าการเปิดลงอีก เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศและยอดขายค่อนข้างซบเซา

เหล่านี้คือการปรับตัวและปรับแผนของผู้ประกอบการรายใหญ่ให้เข้ากับสถานการณ์ ที่เวลานี้คนยังไร้อารมณ์ในการซื้อท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยังหาจุดจบไม่ลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท