
บทบาทหน้าที่กรรมการ กรณีการควบรวมกิจการ (5)
ตอนที่แล้วผมนำเสนอเรื่องบริษัทมหาชนที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนและบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และอธิบายเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการของบริษัทมหาชนที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนในข้อ 2.1 ว่าด้วยเรื่อง ความรับผิดชอบและความระมัดระวังนั้น กรรมการจะต้องกระทำ “เยี่ยงวิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจ”
ตอนที่แล้วผมนำเสนอเรื่องบริษัทมหาชนที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนและบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ และอธิบายเกี่ยวกับการที่คณะกรรมการของบริษัทมหาชนที่เสนอขายหุ้นต่อประชาชนในข้อ 2.1 ว่าด้วยเรื่อง ความรับผิดชอบและความระมัดระวังนั้น กรรมการจะต้องกระทำ “เยี่ยงวิญญูชนผู้ประกอบธุรกิจ”
วันนี้เรามาดูในหัวข้อ 2.2 ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต (Duty of Loyalty) กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ได้กำหนดเกณฑ์เรื่องความซื่อสัตย์สุจริต หรือ Duty of Loyalty ว่าการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตนั้น กรรมการและผู้บริหารจะต้อง
(1) กระทำโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท
(2) กระทำการที่มีจุดมุ่งหมายโดยชอบและเหมาะสม และ
(3) จะต้องไม่กระทำการใดอันเป็นการขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
2.3 ในกรณีเป็นการกระทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการ ผู้บริหารกับบริษัทหรือบริษัทย่อย (Connected Transaction) กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กรรมการ ผู้บริหารหรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องจะทำรายการกับบริษัทหรือบริษัทย่อยได้ต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น เว้นแต่
(1) เป็นข้อตกลงทางการค้าที่มีลักษณะเสมือนการทำรายการกับบุคคลภายนอกและได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ
(2) เป็นการให้กู้ยืมเงินตามระเบียบสงเคราะห์พนักงานและลูกจ้าง
(3) เป็นการทำรายการกับบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้ว ทั้งหมดของบริษัทย่อย
(4) เป็นรายการที่มีมูลค่าไม่เกินจำนวนหรืออัตรา หรือมีลักษณะตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด
ซึ่งหากเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ รวมทั้งกฎเกณฑ์ที่คณะกรรมการ กตท.จะกำหนดไว้แล้ว ก็ไม่ให้นำบทบัญญัติในมาตรา 87 ของกฎหมายบริษัทมหาชน ซึ่งกำหนดว่าการทำธุรกิจระหว่างกรรมการกับบริษัทนั้น หากไม่ได้รับความยินยอมจากกรรมการก็จะไม่มีผลผูกพันบริษัทมาใช้
โดยกฎหมายได้กำหนดหลักเกณฑ์ของบริษัทย่อยโดยดูจากอำนาจการควบคุมกิจการและอำนาจควบคุมกิจการก็ดูจากสิทธิออกเสียงเกินกว่า 50% อำนาจทางตรงและทางอ้อม การแต่งตั้งและถอดถอนกรรมการตั้งแต่กึ่งหนึ่ง รวมทั้งอำนาจออกเสียงส่วนใหญ่ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือไม่ว่าเหตุอันใด โดยกรณีหลังนี้ค่อนข้างกว้างมาก ผู้เข้าทำธุรกรรมจึงต้องใช้ความระมัดระวังสอบถามให้ดี
ทั้งนี้ กฎหมายหลักทรัพย์ได้วางข้อสันนิษฐานว่า หากกรณีที่เป็นการกระทำธุรกรรมระหว่างบริษัทกับกรรมการผู้บริหารกับบริษัทหรือบริษัทย่อยนั้น โดยไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมาย เช่น ไม่ได้จัดประชุมผู้ถือหุ้น หรือไม่ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลและลงมติอนุมัติแล้ว รวมทั้งการใช้ข้อมูลที่ล่วงรู้มาเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือการใช้ทรัพย์สินหรือโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในลักษณะที่เป็นการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์หรือหลักทั่วไปตามที่คณะกรรมการกำกับกรรมการตลาดทุนประกาศกำหนด ให้สันนิษฐานว่า เป็นการขัดหรือแย้งกับประโยชน์ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ
มาติดตามกันต่อในฉบับหน้านะครับ







