posttoday
เที่ยวมาเลเซีย

เที่ยวมาเลเซีย

13 มกราคม 2557

ในวันที่มีการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ที่ใครๆ ต่างมองตรงกันว่าการท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบไปเต็มๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จะขอพาผู้อ่านไปดูแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ที่จะว่าไปแล้วมีเป้าหมายหลายอย่างคล้ายๆ กับไทย

ในวันที่มีการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ที่ใครๆ ต่างมองตรงกันว่าการท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบไปเต็มๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จะขอพาผู้อ่านไปดูแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของมาเลเซีย ที่จะว่าไปแล้วมีเป้าหมายหลายอย่างคล้ายๆ กับไทย

ปีนี้ มาเลเซียได้ออกแคมเปญ “Visit Malaysia Year 2014” เพื่อทำให้ประเทศกลายเป็นทางเลือกการท่องเที่ยวระดับต้นๆ ในใจของคนทั่วโลก โดยหวังว่าจะสามารถดึงนักท่องเที่ยวทั้งคนท้องถิ่นและชาวต่างชาติได้ประมาณ 28 ล้านคนในปีนี้

เป้าหมายหลักคราวนี้ มาเลเซียเขาบอกว่า ขอเน้นตลาดหรู เพราะคนกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศมาเลเซียได้มหาศาล หรือประมาณ 7.6 หมื่นล้านริงกิต หรือประมาณ 7.6 แสนล้านบาท

ส่วนเรื่องตัวชูโรง ก็จะขนเอาสินค้าท่องเที่ยวหลากหลายมาเอาใจนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม เรียกว่าใครชอบแบบไหน จะได้แบบนั้น ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะอยู่ภายใต้ธีมหลักๆ คือ ช็อปของหรูในราคาที่ไม่ถึงกับทำเอากระเป๋าฉีก การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แนวผจญภัย การรับบริการทางการแพทย์ด้วยเที่ยวไปด้วย มาเที่ยวแบบครอบครัว รวมถึงการท่องเที่ยวแนวธุรกิจนิดๆ

พูดถึงความคล้ายของเป้าหมายการท่องเที่ยวไทยและมาเลเซียนั้น ตอนนี้ต่างก็เล็งๆ นักท่องเที่ยวชาวจีนเหมือนกัน เพราะถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่จริงๆ โดยมาเลเซียหวังจะชวนคนจีนมาเที่ยวให้ได้สัก 2 ล้านคน ซึ่งก็ยังน้อยกว่าเป้าของประเทศไทยที่คาดไว้ที่ประมาณ 45 ล้านคน

จากที่ผู้เขียนได้คุยกับนักการทูตของจีนในเมืองไทย ท่านบอกค่ะว่า คนจีนนิยมมาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ท่องเที่ยวยอดฮิตจะเป็น จ.เชียงใหม่ กับภูเก็ต แต่ยอดนักท่องเที่ยวในช่วง 2 เดือนหลังของปีที่ผ่านมา เติบโตในอัตราชะลอลงพอสมควรค่ะ

ถ้าเทียบกับเรื่องแผนรุกตลาดจีนแล้วละก็ ขอบอกว่า มาเลเซียเขาวางแผนกันแบบละเอียดยิบเลยค่ะ เอาเฉพาะแพ็กเกจใหม่ๆ ก็มีประมาณ 21 รายการทีเดียว เช่น ทัวร์กอล์ฟ ทัวร์คู่รัก ทัวร์ สว. หรือผู้สูงอายุ ทัวร์ตกปลา หรือบางอย่างคิดไม่ถึงว่าจะมี เช่น ทัวร์ทุเรียน ซึ่งทุเรียนมาเลย์ก็มีชื่อเสียงไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะคะ

อีกมุมการท่องเที่ยวที่ผู้เขียนคิดว่าไทยกับมาเลเซียคล้ายๆ กัน คือ ความต้องการเป็นสวรรค์ของเหล่านักช็อปค่ะ ซึ่งมาเลเซียเห็นเทรนด์ว่า จากเดิมนักท่องเที่ยวมักจะซื้อแต่ของที่ระลึกและของขวัญ แต่ตอนนี้คนจำนวนมากเที่ยวเพราะอยากช็อปปิ้งอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งในปี 2555 มาเลเซียมีรายได้จากส่วนนี้มากถึง 1.8 หมื่นล้านริงกิตค่ะ และก็มุ่งมั่นที่จะรักษาตำแหน่ง 1 ใน 10 แหล่งช็อปปิ้งที่ดีที่สุดของโลก จากการจัดอันดับของซีเอ็นเอ็น แทรเวล ต่อไป

โดยชูจุดขายว่านักท่องเที่ยวจะได้พบกับราคาดีที่สุด ตัวเลือกดีที่สุด และได้สัมผัสประสบการณ์การช็อปปิ้งที่ดีที่สุด ซึ่งคร่าวๆ บอกว่า ปีนี้ศูนย์การค้าประมาณ 20-40 แห่ง จะจัดช่วงเซลส์แบบสุดๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ควักกระเป๋ากันเป็นระวิงแน่นอน

เห็นแผนของมาเลเซียแบบนี้แล้ว ไทยคงอยู่เฉยไม่ได้นะคะ ใครสามารถทำอะไรได้ ก็ทำไปก่อน เพื่อพยุงตลาดท่องเที่ยวของเราไว้ อย่าปล่อยให้การเมืองร้ายๆ ทำลายทุกสิ่งที่ดีๆ ของเราไปหมด

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ