
เปิดกลยุทธ์เอ็นโซโก้โอกาสใหม่รายย่อย
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากจำนวนประชากรอินเทอร์เน็ตไทย ที่มีกว่า 26 ล้านราย หรือมีสัดส่วนราว 37% ของประชากรทั้งประเทศกว่า 65 ล้านคน ที่ยังมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ตามเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกการค้าธุรกิจหันมากดสวิตช์เข้าสู่โลกออนไลน์มากขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นในไทย เป็นทิศทางเดียวกับต่างประเทศ ที่ผู้คนต่างเริ่มหันมาซื้อสินค้าบริการออนไลน์ด้วยตัวเอง ทำให้ธุรกิจรายย่อยหันมาลดต้นทุนหน้าร้านขายของผ่านสื่อออนไลน์เป็นจำนวนมาก เป็นจังหวะเดียวกับที่ ลิฟวิ่งโซเชียล ยักษ์อีคอมเมิร์ซ สหรัฐอเมริกา เห็นช่องทางในการทำธุรกิจร่วมกับพันธมิตร (พาร์ตเนอร์) ทั่วโลก รวมถึงไทย ภายใต้เว็บไซต์ เอ็นโซโก้ ดอท คอม (www.ensogo.com) ที่เข้ามาดำเนินการตั้งแต่ปี 2553
ไรอัน ฮูแกรธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นโซโก้ ลิฟวิ่งโซเชียล ผู้ดำเนินธุรกิจเว็บไซต์เอ็นโซโก้ ธุรกิจซื้อขายดีลสินค้าและบริการในไทย กล่าวว่า เคล็ดลับของการทำธุรกิจออนไลน์ของเอ็นโซโก คือ การสร้างอภิมหาดีลซื้อขายสินค้าบริการบางประเภทที่มีส่วนลดสูงถึง 50% หรือส่วนลดมากกว่านั้น ซึ่งถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักช็อปชาวไทยให้ตัดสินใจ “คลิกซื้อ” ได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์เข้าไปช่วยเหลือพันธมิตรธุรกิจทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โปรโมชั่น) ในรูปแบบออนไลน์ เช่น ธุรกิจร้านอาหารที่แต่ละวันอาจมีจำนวนโต๊ะต่อวันเหลืออยู่ โดยนำจำนวนโต๊ะอาหารที่ว่างนั้นมาบริหารการขายให้ใหม่ในโปรโมชั่นราคาพิเศษ เป็นต้น เพื่อให้ทางร้านมีโต๊ะให้บริการได้เต็มทุกวัน
จะว่าไปแล้วอาจมีความคล้ายคลึงกับการบริหารต้นทุน ของสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ที่มีการนำจำนวนที่นั่ง (ซีต) ที่เหลืออยู่ในแต่ละเที่ยวบินมาบริหารจัดการใหม่ ในรูปแบบโปรโมชั่นตั๋วราคาถูก ในแต่ละช่วงซีซั่นการท่องเที่ยวเพื่อให้ทุกเที่ยวบินมีที่นั่งเต็มในแต่ละไฟลต์เช่นกัน
“โอกาสทางธุรกิจซื้อขายออนไลน์ในไทย ยังเติบโตอีกมากในอนาคต เช่นเดียวกับในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเกาหลีใต้ที่มีอัตราการเติบโตการค้าออนไลน์สูง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกสินค้า อุปโภคบริโภค ร้านขายของชำเบ็ดเตล็ดทั่วไป ซึ่งไทยอาจต้องมีการปรับรูปแบบเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ เช่น กลุ่มสินค้าอาหารแช่แข็งที่พร้อมจัดส่งถึงบ้าน” ฮูแกรธ กล่าว
สำหรับนโยบายการดำเนินธุรกิจในไทยในปีนี้ คือ “โกโมบาย” หลังจากเห็นแนวโน้มการเติบโตของ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะบนสมาร์ทโฟนและ แท็บเล็ต ที่มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นขึ้นมารองรับเพื่อให้มีผู้ใช้งานซื้อขาย ดีลสินค้าบริการผ่านระบบสมาร์ทโฟนให้ได้ในสัดส่วน 50% ล่าสุดเปิดให้บริการดาวน์โหลดบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หลังจากเปิดตัวแอพสำหรับไอโฟนไปแล้ว คาดว่าจะมีผู้หรือระบบปฏิบัติการณ์บนไอโอเอส ซึ่งมียอดผู้ใช้งานดาวน์โหลดกว่า 1.5 แสนราย พร้อมวางเป้าหมายมีผู้ใช้งานดาวน์โหลดแอพทั้งสองระบบรวมกันไม่ต่ำกว่า 5 แสนรายในอนาคต
ปัจจุบันเอ็นโซโก้มีธุรกิจสินค้าบริการไม่ต่ำกว่าหมื่นรายที่ต่างหมุนเวียนยื่นข้อเสนอซื้อขายดีลสินค้าสุดพิเศษไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย โดยมี 4 กลุ่มสินค้าบริการสุดฮอต ที่ได้รับความนิยมซื้อขายดีลมากที่สุด คือ ธุรกิจสินค้าบริการความงาม กลุ่มท่องเที่ยวและอุปกรณ์เดินทาง กลุ่มร้านอาหาร เครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ และสุดท้ายสินค้าบริการใหม่ๆ เป็นต้น
พร้อมกับที่ในปีนี้ เอ็นโซโก้ ยังมีแผนขยายกำลังซื้อ หรือฐานกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดมากขึ้น ด้วยการเจรจากับผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (เอสเอ็มอี) สินค้าบริการในแต่ละท้องถิ่น เช่น เตรียมเจรจาตกลงธุรกิจกับผู้ให้บริการธุรกิจท่องเที่ยว สปา โรงแรมต่างๆ ใน จ.เชียงใหม่ เพื่อนำมาเสนอดีลบริการส่วนลดสุดพิเศษกับลูกค้า รวมไปถึงร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทย จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่เอสเอ็มอีไทย เพื่อขยายช่องทางการทำตลาดผ่านสื่อออนไลน์ในเร็วๆ นี้







