posttoday
ท่องเที่ยวไทยฝ่าดงม็อบระเบิดสงครามราคาอีกครั้ง

ท่องเที่ยวไทยฝ่าดงม็อบระเบิดสงครามราคาอีกครั้ง

13 มกราคม 2557

ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองในไทยขณะนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองในไทยขณะนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ที่เผอิญตรงกับฤดูกาลการท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นพอดี ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่มีจุดหมายปลายทางมาประเทศไทย ต่างลังเลที่จะเดินทางมา

ทั้งนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประเมินว่า ไตรมาสแรกนักท่องเที่ยวจะลดลงราว 5% สูญรายได้ 1.2 หมื่นล้านบาท จากผลกระทบทางการเมือง โดยเฉพาะวันที่ 13 ม.ค. ที่กลุ่ม กปปส.ประกาศปิดกรุงเทพฯ (ชัตดาวน์) ที่ยังไม่สามารถประเมินความเสียหายได้ แต่กระทบภาพลักษณ์การ ท่องเที่ยวแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวต่างวิตกกังวลว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย และทยอยยกเลิกการเดินทางมาจำนวนมาก ขณะที่คนไทยก็ไร้อารมณ์เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

โดย อุดม ศรีมหาโชตะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) เล่าว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับเข้าวังวนเดิม ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปรับแผนกลยุทธ์การตลาดตั้งรับ เนื่องจากปัญหาการเมืองเกิดซ้ำซากตลอด 78 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน ครั้งนี้จะเกิดสงครามราคาห้องพัก บริษัททัวร์ กลับมาอีกครั้งในเดือน มี.ค.นี้ และเชื่อว่าจะมีการลด แลก แจก แถม ตลอดปีนี้ จนกว่าสถานการณ์การเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

“ภาคการท่องเที่ยวไม่สามารถฟื้นตัวได้ทันที ต้องใช้เวลาในการสร้างความเชื่อมั่นอย่างน้อย 6 เดือน หรือ 1 ปี ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และความรุนแรง เพราะการเจรจาซื้อขายแพ็กเกจทัวร์ส่วนใหญ่ทำไว้ ล่วงหน้า ช่วงที่บ้านเราตีกัน นักท่องเที่ยวได้ย้ายฐานไปเที่ยวที่อื่นแทนประเทศไทย”

นอกจากนี้ คาดว่าผู้ประกอบการจะนำแผนการ บริหารจัดการช่วงเกิดวิกฤตทางการเมืองเมื่อปี 2551 ที่มีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ การชุมนุมย่านราชประสงค์มาใช้ เช่น ลดเวลาทำงานพนักงาน ไม่รับพนักงานเพิ่ม ประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การทำสงครามราคาที่คาดว่าจะเกิดในไตรมาส 2 จะกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศไทยให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวราคาถูก และมีราคาค่าห้องพักต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน โดยขณะนี้โรงแรมระดับ 5 ดาวในไทยเฉลี่ย 5,000 บาท/คืน ขณะที่สิงคโปร์เฉลี่ย 11.2 หมื่นบาท/คืน พม่า 8,000-1 หมื่นบาท/คืน เป็นต้น ทั้งที่ไทยมีบริการที่ดีกว่า

ทั้งนี้ ทันทีที่มีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามา จะต้องมีการเร่งบูรณาการด้านการท่องเที่ยว เร่งพัฒนาการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ เพราะที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวไทยไม่มีสินค้าใหม่นำเสนอให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เทียบกับประเทศใกล้เคียงที่เปิดตัวสินค้าใหม่จำนวนมาก หากไทยไม่เร่งพัฒนา เชื่อว่าเป้าหมายการเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การท่องเที่ยวในอาเซียนจะเป็นไปได้ยาก

นอกจากนี้ รัฐบาลควรออกโครงการเยียวยา ผู้ประกอบการท่องเที่ยวผ่านโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขาดสภาพคล่องทางการเงิน

ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจ การท่องเที่ยว (แอตต้า) เล่าว่า ภาครัฐและเอกชนต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ทันทีที่เหตุการณ์ ทางการเมืองสงบ ททท.และรัฐบาลต้องเร่งโรดโชว์กลุ่มประเทศเป้าหมาย เพื่อดึงความเชื่อมั่นและ ฟื้นภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวไทยให้กลับคืนมา

คงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองว่า จะกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยมากน้อยแค่ไหน ซึ่งผู้ประกอบการท่องเที่ยวล้วนอยากให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าว เพื่อนำความสงบมาสู่เมืองไทย เพื่อให้ไทยเป็นสยามเมืองยิ้มในใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ และไม่พลาดการเป็นผู้นำด้านท่องเที่ยวในอาเซียน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท