
2ทางเลือกชี้ชะตาหุ้น
“อาภาภรณ์ แสวงพรรค” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและแนะนำหุ้นปันผลสูงและปลอดภัยจากการเมืองที่น่าซื้อในช่วงนี้
“อาภาภรณ์ แสวงพรรค” ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองและแนะนำหุ้นปันผลสูงและปลอดภัยจากการเมืองที่น่าซื้อในช่วงนี้
สถานการณ์การเมืองปัจจุบันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอเลื่อนวันรับสมัครและจัดเลือกตั้งจากวันที่ 2 ก.พ. 2557 ออกไปเป็นวันที่ 4 พ.ค. 2557 เนื่องจากการที่มีเขตที่ไม่มีผู้สมัครลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ถึง 28 เขต ทำให้คาดว่าจำนวน สส.อาจไม่ถึง 475 คน (95% ของจำนวน สส.ทั้งหมด 500 คน) และไม่สามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี โดยจะต้องทำการรับสมัครและเลือกตั้ง สส.ให้ได้อย่างน้อย 475 คน ภายใน 180 วัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวจะทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ภาวะสุญญากาศกว่า 6 เดือน นับเป็นผลลบต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย
สำหรับแนวทางที่อาจจะเกิดขึ้น คือ
ประการแรก รัฐบาลยอมเลื่อนการเลือกตั้งออกไปก่อน เพื่อปฏิรูปการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและวิธีเลือกตั้งให้แล้วเสร็จก่อน แล้วค่อยทำการเลือกตั้งให้ได้รัฐบาลชั่วคราว เพื่อกำหนดรายละเอียดของแนวทางปฏิรูปการเมืองและประเทศในระยะเวลาประมาณ 1 ปี และเมื่อเสร็จภารกิจปฏิรูปก็ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่อีกรอบ ทั้งนี้การปฏิรูปประเทศก็ยังต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะมีหลายประเด็นต้องใช้เวลาในการปฏิรูปมากกว่า 1 ปี หรือต้องปฏิรูปอย่างต่อเนื่องระยะยาว
ประการที่สอง รัฐบาลไม่ยอมเลื่อนเลือกตั้ง คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ไม่ยุติการชุมนุม และปิดกรุงเทพฯ มากกว่า 1 สัปดาห์ เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างกดดันซึ่งกันและกัน ทำให้บ้านเมืองอยู่ในภาวะอึมครึมเป็นเวลานาน
บล.ดีบีเอส ประเมินว่าแนวทางนี้มีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การปะทะรุนแรง และมีการทำรัฐประหารตามมา ซึ่งในขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นแนวทางนี้ และทางภาคธุรกิจ นักวิชาการ และนักกฎหมายหลายภาคส่วน กำลังใช้ความพยายามอย่างมากที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดแนวทางนี้ เพราะประเทศจะบอบช้ำมาก และต้องใช้เวลาในการฟื้นความเชื่อมั่นนาน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียโอกาสที่ดีในช่วงของการเปิดเสรีอาเซียน (เออีซี)
ในขณะนี้เรามองว่าโอกาสที่จะเกิดแนวทางที่ 1 และ 2 มีค่อนข้างใกล้เคียงกัน ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ต่อว่าโอกาสจะเป็นไปในแนวทางใดมากขึ้น/น้อยลง ทั้งนี้เราประเมินว่าความสำเร็จของการปฏิรูปใดๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้น ขึ้นกับองค์ประกอบเรื่องคนเป็นสำคัญ หากสามารถเลือกตัวบุคคลที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการวางกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานในการปฏิบัติอย่างรอบคอบ รัดกุม ถูกต้องและเหมาะสม ก็จะทำให้การปฏิรูปเกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนไปตามข่าวและกระแสคาดการณ์เรื่องการเมืองภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองทำให้ตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ แต่เมื่อเริ่มเห็นทางที่ชัดเจนก็จะพลิกฟื้นขึ้นได้ ซึ่งคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นในครึ่งหลังปี 2557 จะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยได้รับอานิสงส์ทางบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและภาคส่งออกที่ชัดเจนมากขึ้น รวมถึงได้ผ่านพ้นช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เริ่มทยอยลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี 3) และการขยายเพดานหนี้ของสหรัฐไปเรียบร้อยแล้วด้วยกลยุทธ์การลงทุน ในช่วงที่สถานการณ์การเมืองยังกดดัน แนะนำให้แบ่งพอร์ตบางส่วนไปลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายปันผลสูงและหุ้นปลอดภัย และถือเงินสดไว้บางส่วนเพื่อทยอยซื้อหุ้นพื้นฐานดีเมื่อราคาอ่อนตัว ซึ่งสัดส่วนการถือครองหุ้นและเงินสดก็ขึ้นกับสถานการณ์พอร์ตการลงทุน และการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคน (ตามตาราง)







