
กสิกรชวนหนีลงทุนตปท.
หวั่นการเมืองลากยาวสะเทือนศก.ไทยจัดหนักโปรโมชั่นหนุนซื้อ4กองทุน
หวั่นการเมืองลากยาวสะเทือนศก.ไทยจัดหนักโปรโมชั่นหนุนซื้อ4กองทุน
บลจ.กสิกรไทย ชี้หุ้นไทยถูกกระทบยาว จัดโปรโมชั่นหนุนนักลงทุนออกลงทุนต่างประเทศ
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อตลาดหุ้นไทยอย่างน้อยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และหากปัญหาการเมืองยืดเยื้ออาจส่งผลต่อภาพรวมของเศรษฐกิจไทยในปี 2557 ทำให้ขยายตัวไม่ถึงเป้าหมายที่คาดไว้ ดังนั้น บลจ.กสิกรไทย จึงแนะนำให้นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ต่ำหรือเน้นการลงทุนในระยะสั้นให้ชะลอการลงทุนในประเทศ
“อาจเลือกขยายการลงทุนเพิ่มเติมไปยังต่างประเทศ เพื่อช่วยลดความผันผวนและเป็นการกระจายความเสี่ยง รวมถึงโอกาสได้รับผลตอบแทนที่น่าดึงดูดจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก เพราะปี 2557 สถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศน่าสนใจกว่าในประเทศ โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป” นายนาวิน กล่าว
นายนาวิน กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปีนี้จะเติบโตได้ 2.8-3.2% ตัวเลขการว่างงานลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เม็ดเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ามาในตลาดสหรัฐมากขึ้น อย่างไรก็ตามอาจจะต้องพิจารณากรณีปัญหาเรื่องเพดานหนี้สหรัฐด้วย
ด้านเศรษฐกิจยุโรป มีตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ แต่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยคาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อเนื่อง เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ความเชื่อมั่นในระบบการเงินของยุโรปเริ่มกลับมาดีขึ้น หลังเริ่มมีการจัดตั้งสหภาพธนาคารและการจัดระบบทดสอบสถาบันการเงิน ในกรณีเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นยุโรปในอนาคต
ขณะที่ภาพรวมตลาดเอเชีย แม้ว่าเม็ดเงินบางส่วนไหลออกจากตลาดเอเชียในระยะสั้น แต่จากเศรษฐกิจสหรัฐที่ขยายตัวจะส่งผลดีต่อตลาดเอเชียซึ่งพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักให้สามารถฟื้นตัวตามไปด้วย
นอกจากนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจเอเชียในภาพรวม เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและยังน่าจะเติบโตได้ดี โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น ซึ่งเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาขยายตัวได้กว่า 1.80% จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทำให้เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดมาได้
ขณะที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา สามารถให้ผลตอบแทนสูงสุดมากกว่า 50% แต่ราคาหุ้นยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต จึงมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจจีนได้ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในช่วงต้นปี 2556 และสามารถขยายตัวได้ถึง 7.6% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าที่รัฐบาลจีนตั้งเป้าไว้ พร้อมทั้งการออกแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและสังคมฉบับสมบูรณ์ในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา น่าจะทำให้เศรษฐกิจจีนสามารถเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ
ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ได้จัดรายการส่งเสริมการขายสำหรับการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ 4 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค โกลบอล แอลโลเคชั่น(KGA) กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน หุ้นทุน (KEUROPE) กองทุนเปิดเค ไชน่า หุ้นทุน (KCHINA) และกองทุนเปิดเค เอเชียน สมอลเลอร์ หุ้นทุน (KASIA) โดยนำยอดซื้อสะสมในกองทุนดังกล่าวในระหว่างวันที่ 2-31 ม.ค. 2557 ทุกๆ 1 ล้านบาท มารับหน่วยลงทุน KMoney มูลค่า 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินคนละ 1 หมื่นบาท“สำหรับจุดเด่นของกองทุนต่างประเทศที่ บลจ.กสิกรไทย แนะนำและได้จัดเตรียมโปรโมชั่นพิเศษในเดือนมกราคมนี้ มีความหลากหลายและจุดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ โดยกองทุน KGA จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก BGF Global Allocation Fund บริหารจัดการโดย BlackRock Investment Management โดยกองทุนหลักได้รับการจัดอันดับ Rating 4 ดาวจาก Morningstar มีนโยบายการลงทุนโดยเน้นการกระจายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้กว่า 700 หลักทรัพย์ทั่วโลก สามารถช่วยลดความผันผวนในการลงทุนได้ เหมาะสำหรับผู้ต้องการลงทุนในระยะยาวและรับความผันผวนได้ในระดับปานกลาง
ด้านกองทุน KEUROPE จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Allianz Europe Equity Growth, Class ATEUR บริหารจัดการโดย Allianz Global Investors โดยกองทุนหลักได้รับการจัดอันดับ Rating 5 ดาวจาก Morningstar มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดีในภูมิภาคยุโรปที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง
สำหรับกองทุน KCHINA จะลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds China Focus Fund บริหารจัดการโดย Fidelity Worldwide Investment โดยกองทุนหลักได้รับการจัดอันดับ Rating 4 ดาวจาก Morningstar มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นของจีนและฮ่องกง โดยมีการลงทุนที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีน จึงทำให้กองทุนสามารถเติบโตไปพร้อมกับการเติบโตของเศรษฐกิจจีนได้
ส่วนกองทุน KASIA จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Templeton Asian Smaller Companies บริหารจัดการโดย Franklin Templeton Investments โดยกองทุนหลักได้รับการจัดอันดับ Rating 5 ดาวจาก Morningstar มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีโอกาสเติบโตสูงกว่าการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่” นายนาวินกล่าว







