
กองทุนรวมทะลุ 3 ล้านล.ปี"56 สินทรัพย์โต 18%
แม้ว่าปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมกองทุนรวมจะถูกธนาคารดึงเงินออกจากกองทุนรวมตราสารหนี้ไปบ้าง ขณะที่กองทุนหุ้นก็ถูกภาวะตลาดเล่นงานจนทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) หดหายไปตามๆ กัน
แม้ว่าปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมกองทุนรวมจะถูกธนาคารดึงเงินออกจากกองทุนรวมตราสารหนี้ไปบ้าง ขณะที่กองทุนหุ้นก็ถูกภาวะตลาดเล่นงานจนทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (เอ็นเอวี) หดหายไปตามๆ กัน
แต่เมื่อส่งท้ายปลายปี สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) รายงานตัวเลขอุตสาหกรรมกองทุนรวมปี 2556 ว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2556 กองทุนรวมทั้งระบบมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิทั้งสิ้น 3,075,958.49 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 461,553.73 ล้านบาท หรือ 17.65% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2555 ที่มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 2,614,402.73 ล้านบาท
หากแยกสินทรัพย์ที่กองทุนเข้าไปลงทุน พบว่ากองทุนหุ้นมีมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 7.12 แสนล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 1.4 แสนล้านบาท หรือ 24.50%
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 9.13 หมื่นล้านบาท หรือ 65.46%
กองทุนตราสารหนี้เพิ่มขึ้น 1.18 แสนล้านบาท หรือ 7.52%
กองทุนรวมผสมเพิ่มขึ้น 2,400 ล้านบาท หรือ 2.77%
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 2, 3 และ 4 มูลค่าลดลง 6,154 ล้านบาท หรือ 3.96% เหลือ 1.49 แสนล้านบาท
กองทุนอื่นๆ มูลค่าลดลง 1.32 หมื่นล้านบาท หรือ 15.64% เหลือ 7.11 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมามีกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้ามาจดทะเบียน 2 กองทุน มูลค่ารวม 1.28 แสนล้านบาท
ขณะที่หลังจากขับเคี่ยวกันมาตลอด 1 ปี บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย ยังครองส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรม โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 7.09 แสนล้านบาท ส่วนแบ่งทางการตลาด 23.08%
รองลงมาเป็น บลจ.ไทยพาณิชย์ มูลค่า 6.69 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 21.77%
อันดับสาม บลจ.กรุงไทย มูลค่า 4.41 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 14.37%
อันดับสี่ บลจ.บัวหลวง มูลค่า 3.17 แสนล้านบาท ส่วนแบ่ง 10.32%
อันดับห้า บลจ.เอ็มเอฟซี มูลค่า 1.97 แสนล้านบาท สวนแบ่ง 6.39%
ทั้งนี้ ใน 5 อันดับแรก พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในอันดับห้า โดย บลจ.เอ็มเอฟซี ขยับขึ้นมาจากอันดับหก เบียด บลจ.ทหารไทย ซึ่งจากเดิมอยู่อันดับห้า หล่นไปอยู่อันดับหก โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ลดลง 2 หมื่นล้านบาท หรือ 11.21% จาก 1.81 แสนล้านบาท เหลือ 1.61 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ บลจ.ที่มีการเปลี่ยนแปลงของเอ็นเอวีอย่างเห็นได้ชัด คือ บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ที่มีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 204.68% หรือ 7.15หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการควบรวมกิจการระหว่าง บลจ.ยูโอบี (ไทย) กับ บลจ.ไอเอ็นจี (ประเทศไทย)
ในระยะ 1 ปี มี บลจ. 3 แห่งที่สามารถเพิ่มเอ็นเอวีได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท นั่นคือ บลจ.ไทยพาณิชย์ กรุงไทย และบัวหลวง
ไม่ใช่แค่ บลจ.ทหารไทย เท่านั้นที่เอ็นเอวีลดลง เพราะในปี 2556 ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 7 แห่งที่เอ็นเอวีลดลง โดย บลจ.ที่มีอัตราการปรับลดลงมากที่สุด คือ บลจ.ทองคำ แอสเซท ที่แม้ว่าเอ็นเอวีจะหายไปเพียง 9.98 ล้านบาท แต่คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึง 54.15%
เพราะฉะนั้น ในปี 2557 คงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมกองทุนว่า จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นอีกบ้าง







