2สมาคมค้าปลีกวอนม็อบอย่ายืดเยื้อ
2 สมาคมค้าปลีกวอนกลุ่มผู้ชุมชนปฏิบัติตามข้อกำหนด อย่ายืดเยื้อหวั่นเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ หลังพื้นที่ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลางย่านการค้า
2 สมาคมค้าปลีกวอนกลุ่มผู้ชุมชนปฏิบัติตามข้อกำหนด อย่ายืดเยื้อหวั่นเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ หลังพื้นที่ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นศูนย์กลางย่านการค้า
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรืออาร์เอสทีเอ ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการชุมนุมที่เกิดขึ้นว่า จากการชุมนุมที่เกิดขึ้นบริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 13 ม.ค. สมาชิกของสมาคมทั้งศูนย์การค้าและโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แต่ใคร่ขอวิงวอนให้กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) จัดการชุมชนตามข้อกำหนดและอย่ายืดเยื้อจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ทั้งนี้ บริเวณดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางของย่านเศรษฐกิจการค้าและแหล่งช้อปปิ้งที่สำคัญ ดังนั้นการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศจึงเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่จะร่วมกันทำ เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นของนักลงทุน นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในฐานะที่เป็นหนึ่งในประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ได้เตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัย ด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยของกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก โดยได้ประสานงานกับสมาชิกเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทุกจุดภายใต้ “ระบบรักษาความปลอดภัยแบบบูรณาการย่านราชประสงค์ ผ่านการเฝ้าสังเกตุการณ์จากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญ
นอกจากนี้ยังมีกล้องซีซีทีวี ทั้งหมดของสมาชิกภายในย่านฯ ทั้งภายในและภายนอกอาคารที่มีมากกว่า 1,500 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่บริเวณถนนพระราม 1 แยกเฉลิมเผ่าถึงสถานีรถไฟฟ้าชิดลม และถนนราชดำริบริเวณโรงแรมโฟร์ซีซั่น กรุงเทพฯ จนถึงโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม
พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานงานบุคลากรกว่า 1,700 คน ทั้งกลุ่ม รปภ. ภายในและรอบอาคารของแต่ละสมาชิกประมาณ 900 นาย กลุ่ม รปภ. พื้นที่รอบอาคารของย่านราชประสงค์ประมาณ 100 นาย และประสานงานกับสำนักงานตำรวจนครบาลลุมพินีและปทุมวันร่วมตรวจตราและระวังภัยในบริเวณพื้นที่ หรือในกรณีแจ้งเหตุการณ์โดยตรงไปยังศูนย์รับแจ้งเหตุนครบาล 5 เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมทุกชั่วโมงหรือเมื่อมีเหตุเร่งด่วน
ด้าน น.ส.บุษบา จิราธิวัฒน์ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้นอยากให้ภาครัฐ และผู้ชุมนุมหันหน้าเจรจากัน รับฟังข้อเสนอแนะของแต่ละฝ่ายเพื่อหาจุดร่วม โดยยึดผลประโยชน์และความสงบสุขของประเทศชาติเป็นหลักสำคัญ
สำหรับข้อเสนอแนะที่สมาคมผู้ค้าปลีกไทยอยากเสนอไปยังรัฐบาลและกลุ่มผู้ชุมนุมประกอบด้วย 3 ข้อหลัก ประกอบด้วย 1.ภาคเอกชนต้องการเห็นการเมือง นักการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายบริหารประเทศ ทำหน้าที่บริหารงาน โดยยึดผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลักสำคัญ 2.ภาคเอกชนต้องการเห็นการเมือง นักการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายบริหารประเทศ ทำหน้าที่บริหารงาน โดยยึดผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นหลักสำคัญ และ3.หากประเทศกลับเข้าสู่ภาวะสงบสุข ภาคเอกชนพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน เพื่อนำพาความเจริญและความสุขมาสู่ประชาชนและประเทศ
อย่างไรก็ตาม จากสภาวะการเมืองยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจน สมาชิกฯ ต่างเตรียมพร้อมมาตรการรองรับต่อสถานการณ์ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบ ประกอบด้วย การเตรียมแผนสำรองสินค้าอุปโภค-บริโภค การวางแผนงานด้านโลจิสติกสินค้า และพนักงาน การอำนวยความสะดวกเส้นทางเดินรถแก่ลูกค้า การให้บริการช้อปออนไลน์ การติดกล้องซีซีทีวี ,เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ , วางมาตรการรองรับเหตุรุนแรง , การตรวจเข้มจากรถและผู้เข้าใช้บริการภายในศูนย์การค้า และการประเมินสถานการณ์ร่วมกัน







