
ผ่านมุมมองอินเทลผ่านซีอีเอส 2014 จากชิปสู่เทคโนโลยีในมือคน
ช่วงที่ผ่านมามีการจัดงานซีอีเอส 2014 รวมบรรดาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ที่แบรนด์ต่างๆ
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ช่วงที่ผ่านมามีการจัดงานซีอีเอส 2014 รวมบรรดาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ที่แบรนด์ต่างๆ จากทั่วโลกต้องมาโชว์นวัตกรรมที่คิดค้นประดิษฐ์ขึ้นมา เพื่อให้เห็นว่า ข้านี่แหละคือผู้นำในอุตสาหกรรมนี้อย่างแท้จริง ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งขวบปีข้างหน้า และ อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ก็เป็นหนึ่งในบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย เพราะในอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราใช้กันอยู่ ต่างมีชิปประมวลผลอยู่ด้วย ไม่ใช่แค่ในคอมพิวเตอร์อีกต่อไป
ในงานซีอีเอสครั้งนี้ ไบรอัน เคอซานิทช์ ซีอีโอของอินเทลได้เผยโฉมผลิตภัณฑ์และแนวคิดใหม่ๆ ต่อสาธารณชน และเป็นที่น่าสนใจ เช่น สิ่งที่เรียกว่า Wearable หรืออุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ เช่น หูฟัง ระบบไบโอเมทริกซ์ ที่สามารถตรวจสุขภาพของผู้สวมใส่ได้ อุปกรณ์ชุดหูฟังแบบอัจฉริยะที่สามารถทำงานร่วมกับระบบเทคโนโลยีผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา รวมถึงภาชนะอัจฉริยะที่สามารถชาร์จไฟแบบไร้สายเพื่ออุ่นอาหารได้
ทั้งนี้ อุปกรณ์ที่สวมใส่ได้ต่างๆ เริ่มได้รับความสนใจและมีการส่งเสริมให้คิดค้นและพัฒนาโดยนำเทคโนโลยีเข้าไปผสมผสานให้ได้การใช้งานที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์มากขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น หากมองให้ใกล้ตัว ในประเทศไทยก็เริ่มมีอุปกรณ์แบบนี้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ เช่น วิชแบนด์หรือนาฬิกา ที่มีระบบวัดจำนวนก้าวเดิน วัดระยะการเดิน หรือวัดการวิ่งออกกำลังกาย คำนวณพลังงานกิโลแคลอรีที่เผาผลาญ ตรวจการเต้นของหัวใจผ่านชีพจร แว่นตาแบบเดียวกับ กูเกิลกลาส ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นำเสนอข้อมูลต่างๆ ได้ผ่านการมอง
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้รับความนิยม เพราะทำให้ผู้ใช้สนุกกับการใช้งานมากขึ้น มีลูกเล่นใหม่ๆ ให้ได้ทดลองใช้งาน แม้ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นก็ตาม และแน่นอนว่า อินเทล ผลักดันให้การเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในราคาไม่สูงนัก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานแบบส่วนบุคคล หรือผู้ประกอบการรายย่อยสามารถต่อยอดพัฒนาได้ นี่เป็นช่องทางธุรกิจที่น่าสนใจสำหรับคนไทย เพราะสามารถนำต้นแบบมาต่อยอดโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่
ต้องไม่ลืมว่า อุปกรณ์เหล่านี้แม้จะทำงานโดยตัวมันเองได้ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถใช้เชื่อมอุปกรณ์เหล่านี้เข้าด้วยกันคือ สมาร์ทโฟน ต่อไปสมาร์ทโฟนจะกลายเป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางที่เชื่อมต่อทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน หมายความว่านั่นจะไม่ใช่แค่มือถืออีกต่อไป แต่จะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล เปิดอีเมล นัดหมายงาน เล่นอินเทอร์เน็ต ดูจำนวนก้าวเดินตลอดวันที่ผ่านมา เล่นเกม ติดต่อหาคนรู้จัก ถ่ายรูป ควบคุมระบบไฟฟ้าในบ้าน ตรวจดูพยากรณ์อากาศและการจราจร
“เรายังไม่ได้เห็นอุปกรณ์ที่สวมใส่ได้วางจำหน่ายอย่างกว้างขวาง เพราะว่ามันยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจัง และยังไม่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราอย่างแท้จริง ซึ่งอินเทลทราบดีถึงความท้าทายนี้ ดังนั้นเป้าหมายคือการทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทุกชิ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด ถ้าอุปกรณ์เหล่านั้นมีหน้าที่ประมวลผล และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ อินเทลจะต้องเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดในการมอบระบบประมวลผลให้กับอุปกรณ์นั้นๆ” เคอซานิทช์ กล่าว
สิ่งที่เพิ่มความสำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ความปลอดภัยของข้อมูลและอุปกรณ์ต้องเพิ่มมากขึ้น ในเมื่อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลนี้ จะกลายเป็นอุปกรณ์ศูนย์กลางสั่งงานและรวมข้อมูลที่ประมวลได้มาให้ผู้ใช้ได้ดู ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งที่จำเป็น อินเทลจึงพัฒนา อินเทล ซีเคียวริตี้ จะทำให้อุปกรณ์พกพาและแอพพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงโลกออนไลน์มีความปลอดภัยมากขึ้น และต้องก้าวล้ำหน้าภัยที่กำลังคุกคาม เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวที่จัดเก็บอยู่ในอุปกรณ์แบบพกพาและอุปกรณ์สวมใส่ได้เหล่านั้น
ไม่ว่าจะเป็น ระบบไอโอเอสบนไอโฟนหรือไอแพด ระบบแอนดรอยด์ ซึ่งต่อไปจะใช้ในหลากหลายอุปกรณ์มากๆ ต้องมีความปลอดภัย เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีง่าย เป็นธรรมชาติ เสมือนจริงและปลอดภัย
เรื่องดังกล่าวยังได้ต่อยอดถึง เทคโนโลยีที่เรียกว่า อินเทล เรียลเซนส์ ที่พยายามพัฒนาเทคโนโลยีให้ใกล้เคียงกับความรู้สึกของมนุษย์มากที่สุด และผลิตภัณฑ์ต้นแบบชิ้นแรกคือ กล้องอินเทล เรียลเซนส์ 3D ทำให้อุปกรณ์ต่างๆ สามารถเห็นความลึกได้ใกล้เคียงกับสายตาของมนุษย์ เพราะแนวความคิดที่ต้องการสิ่งที่สวนทางกันคือ ทำให้อุปกรณ์ของเราเรียนรู้และเข้าใจผู้ใช้ โดยการใส่เทคโนโลยีที่เลียนแบบประสาทสัมผัสต่างๆ ของมนุษย์ในแบบที่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์อุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของเรา เช่น การเรียน การสื่อสาร และการเล่นเกม และยังสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้อีกด้วย
กล้องอินเทล เรียลเซนส์ 3D มีจุดเด่นคือเซ็นเซอร์ความลึกที่ดีและกล้องฟูลคัลเลอร์ ความละเอียดที่ 1080p และมีความสามารถในการจับการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ ทำให้แยกแยะท่าทางต่างๆ ได้อย่างแม่นยำ นอกจากนั้น ยังตรวจจับใบหน้าเพื่อเข้าใจการเคลื่อนไหวและอารมณ์ กล้องรุ่นนี้ยังสามารถเข้าใจภาพเบื้องหน้าและฉากหลังเพื่อช่วยให้ควบคุม ยกระดับการแสดงเทคโนโลยี Augmented Reality ด้วยการสแกนสิ่งต่างๆ ในแบบสามมิติ คาดเริ่มผลิตจริงครึ่งปีหลังปี 2557
หากติดตั้งกล้องอินเทล เรียลเซนส์ 3D ไว้ในอุปกรณ์ เช่น โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือ สมาร์ทโฟน คาดว่าจะเริ่มผลิตจริงครึ่งหลังของปี 2557 การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ จะดูมีชีวิตมากขึ้น ในการสนทนาสามารถเลือกนำเสนอเฉพาะคู่สนทนาเท่านั้น โดยมองไม่เห็นสิ่งต่างๆ ที่อยู่ข้างหลัง และสามารถเลือกเปลี่ยนฉากหลังได้ ในการเล่นเกมจะรู้สึกสมจริง สามารถสั่งงานผ่านเสียง ท่าทางหรือการสัมผัส ช่วยให้เด็กสามารถเรียนรู้ได้ดีขึ้น
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากเวทีซีอีเอส 2014 ในส่วนของอินเทล ที่นำเสนอเทคโนโลยีที่จะปรากฏต่อสายตาและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสมากขึ้นในปี 2557 หลายคนอาจมองว่าเป็นสิ่งที่ยังไกลตัวกว่าจะมาถึง แต่รู้หรือไม่ว่าเพียงชั่วพริบตาเดียว เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาในชีวิตประจำวันเราเร็วจนคาดไม่ถึง แค่ทุกวันนี้ หลายคนใช้งานสมาร์ทโฟน ท่องโลกอินเทอร์เน็ต มีเฟซบุ๊กสังคมออนไลน์ ก็ทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และในอุปกรณ์ที่เป็นตัวเชื่อมต่อเหล่านั้น มีชิปประมวลผล ที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพเป็นผลสำเร็จ และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นของอินเทล







