posttoday
หุ้นไทยปิดเช้าลบ3.79จุดสวนหุ้นโลก

หุ้นไทยปิดเช้าลบ3.79จุดสวนหุ้นโลก

13 มกราคม 2557

หุ้นไทยภาคเช้าปิดลดลง 3.79 จุดที่ 1,251.66 จุด สวนทางตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น

หุ้นไทยภาคเช้าปิดลดลง 3.79 จุดที่ 1,251.66 จุด สวนทางตลาดหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น

ดัชนีหุ้นไทยเช้าวันที่ 13 ม.ค.ลดลง3.79จุดหรือลดลง0.30%มาปิดที่1,251.66 จุด ปรับตัวขึ้นสวนทางหุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น เพราะความกังวลกับการปิดกรุงเทพฯของกปปส.

ดัชนีลดลงตั้งแต่เปิดตลาดจนปิดช่วงเช้าปรับตัวลดลง3.79จุดหรือ 0.30%มาปิดที่ 1,251.66 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขาย 9,897.22 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวระหว่าง 1,244.14-1,254.76 จุด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคเคเทรดวิเคราะห์ว่า  แม้ว่าการชุมนุม “ปิดกรุงเทพฯ”ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือกลุ่ม กปปส. ในวันนี้จะเป็นปัจจัยลบในเชิง บรรยากาศ แน่นอน แต่จะส่งผลเพียงแค่ทำให้แนวโน้มระยะไม่เกิน 1 สัปดาห์ ตราบใดที่ ดัชนี ยังคงไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,275 จุดได้ มีโอกาสปรับตัวลงไปที่แนวรับ 1,230 จุดอีกครั้ง หรือแกว่งตัวในกรอบ 1,275-1,230 จุดไปก่อน

ขณะที่ปัจจัยหลักในระหว่างสัปดาห์ที่ให้น้ำหนักว่าจะเป็นปัจจัยตัดสินโอกาสที่ ดัชนี จะหมุนตัวลงต่ำกว่า 1,230 จุดอีกครั้งในช่วงที่เหลือของ ม.ค.2557 คือโอกาสที่การเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 จะถูกเลื่อน หรือยกเลิก หลังจากที่ล่าสุดประเด็นดังกล่าวกลับมาเป็นปัจจัยลบชัดเจนอีกครั้ง จากการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต. )ออกมาเสนอให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้ในเบื้องต้นประเมินว่าถ้าการเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไป ดัชนีจะหมุนต่ำกว่า 1,230 จุดลงไปที่เป้าหมายในครึ่งแรกของปีนี้

กรณีเลวร้ายที่เราให้ไว้ที่ 1,130 จุด ขณะที่กรณีการเลือกตั้งเกิดขึ้นตามกำหนด ดัชนี ในช่วงที่เหลือของ ปี2557 มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นไปที่เป้าหมายกรณีปกติที่ 1,350 จุดอีกครั้งเช่นกัน

ทั้งนี้มองว่าถ้าการเลือกตั้งถูกยกเลิกไปจะเป็นปัจจัยลบอย่างมากต่อทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น และนักลงทุนต่างชาติจะใช้เป็นสาเหตุในการกลับมาขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดยที่มุมมองดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลทางสถิติหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้การเลือกตั้งวันที่ 2 เม.ย.2549 เป็นโมฆะในวันที่ 8 พ.ค.2549 ซึ่งพบว่า 1 เดือนหลังจากนั้น ดัชนี ปรับตัวลงรุนแรงถึง 13.7% และนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิอย่างหนักถึง 4.4 หมื่นล้านบาท บนความกังวลเกี่ยวกับสุญญากาศทางการเมือง

กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ ดัชนี ยังกลับไปปิดเหนือ 1,275 จุดได้ มีหุ้นอยู่แล้วแนะนำ “ดีดขึ้นขาย” หรือเพียง “อ่อนตัวซื้อ-ดีดขึ้นขาย” ในกรอบ 1,275-1,230 จุด ไปก่อนสำหรับเงินใหม่ โดยมี 1,230  จุดเป็นจุด ตัดขาดทุน กรณีการเลือกตั้งถูกยกเลิก ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้นเพียง 50% ของพอร์ต” ต่อไป โดยเน้นบริษัทสามารถคอร์ปอเรชัน( SAMART)บริษัทโกลบอลเฮ้าส์(GLOBAL)บริษัทวีจีไอมีเดีย( VGI)บริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน( HEMRAJ)บริษัทศุภาลัย( SPALI)บริษัทปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม( PTTEP )และบริษัทโกลพลังงาน( GLOW)

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง