
เศรษฐกิจแย่ดันสินเชื่อบุคคลพุ่งปรี๊ด
สินเชื่อส่วนบุคคลยังโตไม่หยุด เหตุรายได้ครัวเรือนลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ แถมเจอของแพงซ้ำเติม
สินเชื่อส่วนบุคคลยังโตไม่หยุด เหตุรายได้ครัวเรือนลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ แถมเจอของแพงซ้ำเติม
รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ล่าสุด ในเดือน พ.ย. 2556 พบว่า มียอดคงค้างสินเชื่อประเภทนี้ทั้งสิ้น 2.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 4.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.85%
ทั้งนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3,090 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มขึ้นธนาคารพาณิชย์ 1,710 ล้านบาท สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) 1,240 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่าง ชาติ 140 ล้านบาท
สำหรับจำนวนบัญชีสินเชื่อบุคคลในระบบมีทั้งสิ้น 11.38 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากนันแบงก์มากที่สุด 3.09 หมื่นบัญชี รองมาเป็นธนาคารพาณิชย์ 1.75 หมื่นบัญชี ส่วนสาขาธนาคารต่างชาติลดลง 5,100 บัญชี
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่าปีนี้สินเชื่อส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวอย่างชัดเจนแล้ว อีกทั้งราคาสินค้าก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็อาจจะล่าช้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนฐานการคำนวณภาษีใหม่ ทางกรมสรรพากรจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด และมีปัญหาการเมืองปิดล้อมสถานที่ราชการเพื่อขับไล่รัฐบาลจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกรมสรรพากรด้วย
นอกจากนี้ การคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกก็เริ่มช้าลง ทางลูกหนี้จำนวนหนึ่งแจ้งบริษัทลีสซิ่งว่ายังไม่ได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพสามิตเลย
“เมื่อปัญหาหลายด้านรุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน การคืนภาษีอาจทำได้ล่าช้า ผู้เสียภาษีอาจจะขาดสภาพคล่องชั่วคราวก็อาจจะต้องหันไปใช้สินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก็ตาม
รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) ล่าสุด ในไตรมาส 3 ปี 2556 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 80.1% จากระดับ 79.2% ในไตรมาส 2 สาเหตุเป็นเพราะหนี้ในส่วนของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันทั้งหลายขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ หนี้จากสินเชื่อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกสะท้อนได้จากสินเชื่อรถยนต์ในเดือนพ.ย.ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.3% จากเดิม 7.1% ในเดือนก่อนหน้า
ขณะที่รายได้ของภาคครัวเรือนกลับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว และขยายตัวต่ำกว่าการขยายตัวของสินเชื่อเป็นเหตุทำให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นบ้าง
"หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่น่ากังวล มากนัก เพราะตามปกติหนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเศรษฐกิจชะลออยู่แล้ว เช่น ในช่วงที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ก็อาจจะทำให้รายได้น้อยลง แต่ครัวเรือนมีภาระที่ต้องจ่าย จึงจำเป็นต้องไปกู้มาบ้าง ฉะนั้น การที่หนี้เพิ่มขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องปกติอีกทั้งพฤติกรรมของผู้ให้กู้และแบงก์ผู้ปล่อยกู้ในช่วงนี้ต่างก็มีการระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยกู้ ส่วนฝั่งผู้กู้เองก็ก่อหนี้เพิ่มไม่ได้มาก เพราะภาระหนี้เก่าก็สูงอยู่แล้ว" รุ่ง กล่าว
รุ่ง กล่าวย้ำว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจในภาพรวมชะลอจะ ทำให้ครัวเรือนมีโอกาสเป็นหนี้เพิ่มขึ้นได้บ้าง ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องระวังกันอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วงนัก
เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มากจนน่ากังวล สินเชื่อเหล่านี้ในปัจจุบันขยายตัวเพียง 10% จากปี 2555 ขยายตัวถึง 30% สินเชื่อที่เคยร้อนแรงมากๆ อย่างสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันเริ่มชะลอลงมาแล้ว
ขณะที่ บริษัทบัตรเครดิต ลิสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคลณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2556 มียอดคงค้างของมูลค่าการปล่อยกู้รวมที่ 1,002,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 33.48% ส่วนบริษัทประกันภัยและประกันชีวิต มียอด คงค้างการปล่อยสินเชื่อที่76,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.28%
ส่วนธุรกิจโรงรับจำนำ มียอดการปล่อยกู้แก่ภาคครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 58,328 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 12.87%
นี่คือสถานะที่เกิดขึ้นในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนที่พึงระมัดระวัง
” แหล่งข่าวเปิดเผย







