posttoday
เศรษฐกิจแย่ดันสินเชื่อบุคคลพุ่งปรี๊ด

เศรษฐกิจแย่ดันสินเชื่อบุคคลพุ่งปรี๊ด

13 มกราคม 2557

สินเชื่อส่วนบุคคลยังโตไม่หยุด เหตุรายได้ครัวเรือนลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ แถมเจอของแพงซ้ำเติม

สินเชื่อส่วนบุคคลยังโตไม่หยุด เหตุรายได้ครัวเรือนลดลง ตามภาวะเศรษฐกิจ แถมเจอของแพงซ้ำเติม

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. ล่าสุด ในเดือน พ.ย. 2556 พบว่า มียอดคงค้างสินเชื่อประเภทนี้ทั้งสิ้น 2.98 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อน 4.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.85%

ทั้งนี้ เป็นการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 3,090 ล้านบาท แบ่งเป็นการเพิ่มขึ้นธนาคารพาณิชย์ 1,710 ล้านบาท สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) 1,240 ล้านบาท และสาขาธนาคารต่าง ชาติ 140 ล้านบาท

สำหรับจำนวนบัญชีสินเชื่อบุคคลในระบบมีทั้งสิ้น 11.38 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากนันแบงก์มากที่สุด 3.09 หมื่นบัญชี รองมาเป็นธนาคารพาณิชย์ 1.75 หมื่นบัญชี ส่วนสาขาธนาคารต่างชาติลดลง 5,100 บัญชี

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า มีความเป็นไปได้ว่าปีนี้สินเชื่อส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าปีก่อน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวอย่างชัดเจนแล้ว อีกทั้งราคาสินค้าก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็อาจจะล่าช้า เนื่องจากมีการเปลี่ยนฐานการคำนวณภาษีใหม่ ทางกรมสรรพากรจะต้องตรวจสอบให้ละเอียด และมีปัญหาการเมืองปิดล้อมสถานที่ราชการเพื่อขับไล่รัฐบาลจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของกรมสรรพากรด้วย

นอกจากนี้ การคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกก็เริ่มช้าลง ทางลูกหนี้จำนวนหนึ่งแจ้งบริษัทลีสซิ่งว่ายังไม่ได้รับเงินคืนภาษีจากกรมสรรพสามิตเลย

“เมื่อปัญหาหลายด้านรุมเร้าเข้ามาพร้อมกัน การคืนภาษีอาจทำได้ล่าช้า ผู้เสียภาษีอาจจะขาดสภาพคล่องชั่วคราวก็อาจจะต้องหันไปใช้สินเชื่อส่วนบุคคล แม้จะมีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าก็ตาม

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวม ในประเทศ (จีดีพี) ล่าสุด ในไตรมาส 3 ปี 2556 ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 80.1% จากระดับ 79.2% ในไตรมาส 2 สาเหตุเป็นเพราะหนี้ในส่วนของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันทั้งหลายขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ หนี้จากสินเชื่อรถยนต์ในโครงการรถยนต์คันแรกสะท้อนได้จากสินเชื่อรถยนต์ในเดือนพ.ย.ปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นมาเป็น 7.3% จากเดิม 7.1% ในเดือนก่อนหน้า

ขณะที่รายได้ของภาคครัวเรือนกลับลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัว และขยายตัวต่ำกว่าการขยายตัวของสินเชื่อเป็นเหตุทำให้หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นบ้าง

"หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ไม่น่ากังวล มากนัก เพราะตามปกติหนี้ส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงเศรษฐกิจชะลออยู่แล้ว เช่น ในช่วงที่เศรษฐกิจเป็นอย่างนี้ก็อาจจะทำให้รายได้น้อยลง แต่ครัวเรือนมีภาระที่ต้องจ่าย จึงจำเป็นต้องไปกู้มาบ้าง ฉะนั้น การที่หนี้เพิ่มขึ้นบ้างก็เป็นเรื่องปกติอีกทั้งพฤติกรรมของผู้ให้กู้และแบงก์ผู้ปล่อยกู้ในช่วงนี้ต่างก็มีการระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยกู้ ส่วนฝั่งผู้กู้เองก็ก่อหนี้เพิ่มไม่ได้มาก เพราะภาระหนี้เก่าก็สูงอยู่แล้ว" รุ่ง กล่าว

รุ่ง กล่าวย้ำว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจในภาพรวมชะลอจะ ทำให้ครัวเรือนมีโอกาสเป็นหนี้เพิ่มขึ้นได้บ้าง ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องระวังกันอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นห่วงนัก

เพราะสินเชื่อส่วนบุคคลสินเชื่อบัตรเครดิตจะเพิ่มขึ้นบ้างแต่ก็ไม่มากจนน่ากังวล สินเชื่อเหล่านี้ในปัจจุบันขยายตัวเพียง 10% จากปี 2555 ขยายตัวถึง 30% สินเชื่อที่เคยร้อนแรงมากๆ อย่างสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันเริ่มชะลอลงมาแล้ว

ขณะที่ บริษัทบัตรเครดิต ลิสซิ่ง และสินเชื่อส่วนบุคคลณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2556 มียอดคงค้างของมูลค่าการปล่อยกู้รวมที่ 1,002,015 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของ ปีก่อน 33.48% ส่วนบริษัทประกันภัยและประกันชีวิต มียอด คงค้างการปล่อยสินเชื่อที่76,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.28%

ส่วนธุรกิจโรงรับจำนำ มียอดการปล่อยกู้แก่ภาคครัวเรือนอยู่ที่ประมาณ 58,328 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 12.87%

นี่คือสถานะที่เกิดขึ้นในการจับจ่ายใช้สอยของภาคครัวเรือนที่พึงระมัดระวัง

” แหล่งข่าวเปิดเผย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง