posttoday
การเมืองยังเป็นความเสี่ยงหลักในตลาดการเงิน

การเมืองยังเป็นความเสี่ยงหลักในตลาดการเงิน

13 มกราคม 2557

ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือการดำเนินการปิดกรุงเทพฯ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันที่ 13-15 ม.ค. ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นการปิดกรุงเทพฯ ต่อเนื่องไปจนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

ในสัปดาห์นี้ ปัจจัยแรกที่ต้องจับตาคือการดำเนินการปิดกรุงเทพฯ ของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในวันที่ 13-15 ม.ค. ซึ่งมีโอกาสที่จะเป็นการปิดกรุงเทพฯ ต่อเนื่องไปจนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.

สำหรับสัปดาห์นี้คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.95-33.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยมีสมมติฐานว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์จลาจลหรือความรุนแรงในการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ในช่วงนี้ แต่หากสถานการณ์เข้าสู่ภาวะที่ย่ำแย่ก็จะส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าได้อย่างรวดเร็วทะลุระดับ 33.50 ไปได้ ในระยะกลางยังคงแนะนำให้ผู้นำเข้าป้องกันความเสี่ยง และคาดว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มทดสอบระดับ 34.00 ได้ในไตรมาสแรก ในขณะเดียวกันต้องติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ยุโรป และจีน

ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.98-33.14 ในสัปดาห์ก่อน ในช่วงต้นสัปดาห์ร่วงลงไปแตะระดับ 33.14 จากการขายพันธบัตรไทยนักลงทุนต่างชาติตามความกังวลด้านภาวะเศรษฐกิจของไทยและความไม่สงบทางการเมือง

อย่างไรก็ดี ค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติในบางวัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิ 2,130 ล้านบาท (จากต้นปีรวมเป็น 2,730ล้านบาท) แต่ลักษณะการซื้อและขายค่อนข้างไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิพันธบัตรไทย 4,500 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตรอายุต่ำกว่า 1 ปี 7,400 ล้านบาท แต่ขายสุทธิพันธบัตรอายุมากว่า 1 ปี 1.17 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ ธปท.ได้แสดงความเห็นว่า ยังคงไม่มีความชัดเจนว่าเงินบาทจะมีโอกาสอ่อนค่าไปสู่ระดับ 34.00 หรือไม่ภายในไตรมาสนี้ แต่มองว่าเงินบาทไม่น่าจะอ่อนค่าอย่างรวดเร็วมากและ ธปท.ยังดูแลได้

นอกจากนี้ยังได้ยอมรับว่ามีการเข้ามาดูแลค่าเงินในช่วงก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลทุนสำรองต่างประเทศที่ปรับลดลงมาที่ระดับ 1.666 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ณ วันที่ 3 ม.ค. จากระดับ 1.672 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2556 ณ วันศุกร์ ค่าเงินบาทปิดที่ระดับ 33.03 (เวลา 18.30 น.)

นอกจากนี้ สกุลเงินในเอเชียได้พลิกกลับปรับตัวขึ้นเล็กน้อยช่วงปลายสัปดาห์ตามมุมมองเชิงบวกว่าเศรษฐกิจเอเชียจะได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ทั้งนี้ สกุลเงินหยวนแข็งค่าขึ้นสู่ระดับที่แข็งแกร่งที่ประมาณ 6.050 หยวนต่อเหรียญสหรัฐ สอดคล้องกับการส่งออกของจีนที่ขยายตัวมากกว่าคาด หรือ 4.3% ในเดือน ธ.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า

ค่าเงินยูโรปรับตัวอ่อนค่าจากระดับ 1.36-1.37 ในช่วงต้นปีมาที่ระดับ 1.3547 (ต่ำสุดในรอบสัปดาห์) เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐส่งผลให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้น

ส่วนค่าเงินเยนได้ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยไปที่ระดับ 104 จากระดับ 105.40 เยนต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงสิ้นปี 2556 โดยเป็นการปรับฐานในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ตลาดมองว่าสิ้นปีค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงไปที่ระดับ 109 จากการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังคงรักษามาตรการผ่อนคลายทางการเงินในเชิงรุก

สำหรับภาวะตลาดตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนยังคงโยกเงินลงทุนสู่พันธบัตรระยะสั้น ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าพันธบัตรระยะยาว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวปรับขึ้นมากถึง 0.8-0.16% ในระหว่างสัปดาห์ ช่วงปลายสัปดาห์อัตราผลตอบแทนอายุ 2 ปี ปิดตลาดไม่เปลี่ยนแปลงที่ 2.50% แต่อัตราผลตอบแทนอายุ 5 ปี และ 10 ปี ปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.11% และ 0.14% มาอยู่ที่ระดับ 3.42% และ 4.07% ตามลำดับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท