
‘บิวตี้’เพิ่มสต๊อกสินค้า2เดือน
บิวตี้ คอมมูนิตี้ สั่งสาขาตุนสินค้าขาย 2 เดือน รับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปีนี้ตั้งเป้ากำไรโตไม่ต่ำกว่า 20%
บิวตี้ คอมมูนิตี้ สั่งสาขาตุนสินค้าขาย 2 เดือน รับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปีนี้ตั้งเป้ากำไรโตไม่ต่ำกว่า 20%
นายสุวิน ไกรภูเบศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เปิดเผยว่า บริษัทประเมินสถานการณ์การประกาศปิดหรือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ มีความเสี่ยงในระดับปานกลาง จึงสั่งสต๊อกสินค้าในแต่ละสาขาให้ยาวนานขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเป็นประมาณ 2 เดือน จากภาวะปกติที่จะสต๊อกสินค้าประมาณ 1 เดือน เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่มีการปิดเส้นทางการเดินทางจนมีผลกระทบต่อการส่งสินค้าจากคลังสินค้าไปยังสาขาต่างๆ
“บริษัทมีระบบและมีแผนรับมือพร้อมรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทั้งระบบบริหารความเสี่ยงและวิกฤตเตรียมพร้อมไว้แล้ว คาดว่าปัญหาการเมืองจะไม่กระทบธุรกิจบริษัท” นายสุวิน กล่าว
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2557 ตั้งเป้าหมายการเติบโตของกำไรไว้ไม่ต่ำกว่า 20% ขณะที่ยอดขายจะโตประมาณ 30% โดยมีแผนเปิดสาขาใหม่ในประเทศอีก 65 สาขา แบ่งเป็นจากของแบรนด์บิวตี้ บุฟเฟ่ต์ จำนวน 30 สาขา จากสิ้นปีก่อนที่มี 179 สาขา แบรนด์บิวตี้ คอทเทจ 20 สาขา เป็น 70 สาขา และแบรนด์บิวตี้ มาร์เก็ต 5 สาขา เป็น 8 สาขา
สำหรับแผนการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดจะใช้กลยุทธ์การเปิดร่วมกับศูนย์การค้าเปิดใหม่ต่างๆ โดยเฉพาะตามแนวการค้าชายแดนเพราะลูกค้ามีกำลังซื้อที่สูงและคู่แข่งยังน้อย ขณะที่แผนการขยายสาขาในต่างประเทศจะเปิดเพิ่มจำนวน 13 สาขา ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม จากสิ้นปีก่อนที่มี 8 สาขา
“ปีก่อนสัดส่วนยอดขายมาจากต่างจังหวัด 45.8% ยังต่ำกว่าในกรุงเทพฯ ซึ่งปีนี้คิดว่าคงแซง เนื่องจากกำลังซื้อบางจังหวัดดีกว่ากรุงเทพฯ ด้วยเพราะมีค่าใช้จ่ายรวมน้อยกว่าและสินค้าบริษัทก็มีหลายแบรนด์” นายสุวิน กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีการเติบโตจากสาขาเดิมแผนออกสินค้าใหม่เพิ่มในสัดส่วน 30% ของสินค้าเดิม ทำให้สามารถรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิในปีนี้ไว้ที่21-22% และอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ประมาณ 70-72% ใกล้เคียงกับปีก่อน
ขณะที่งบลงทุนรวมในปีนี้ตั้งไว้ที่287 ล้านบาท แบ่งเป็นเพื่อใช้เปิดสาขาใหม่จำนวน 180 ล้านบาท สร้างคลังสินค้าและศูนย์ฝึกอบรมจำนวน 100 ล้านบาท และระบบไอทีอีก 7 ล้านบาท โดยแหล่งเงินลงทุนจะมาจากเงินสดภายในบริษัท







