
กรณีเลวร้ายสุด1,095 จะรองรับได้
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีช่วงรีบาวด์หลังอ่อนตัวลงไปใกล้ระดับที่มีนัยสำคัญ
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีช่วงรีบาวด์หลังอ่อนตัวลงไปใกล้ระดับที่มีนัยสำคัญในทางพื้นฐานที่ให้ไว้ในสัปดาห์ก่อนที่บริเวณ 1,200 จุด โดยตลาดไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,205 จุด ก่อนปรับตัวขึ้นแรง โดยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีเข้ามาในต้นสัปดาห์เป็นปัจจัยหนุนราคาให้ปรับตัวขึ้นเร็ว แต่การปรับตัวขึ้นและแรงซื้อของต่างชาติเริ่มจำกัดในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนที่จะมีการชุมนุมของทางกลุ่ม กปปส.
ตลาดเป็นลักษณะรอดูสถานการณ์การชุมนุมในวันจันทร์นี้
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะเป็นลักษณะของการผันผวนตามข่าวที่เข้ามากระทบ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าเป็นการแกว่งตัวออกด้านข้างบริเวณ 1,2401,280 จุด เพื่อรอการคลี่คลายของสถานการณ์ โดยในกรณีเลวร้ายสุดในทางพื้นฐาน ทาง KGI ยังคงประเมินว่าที่ระดับ PER ที่ 9.6 เท่า หรือที่ระดับ 1,095 จุด จะสามารถรองรับสถานการณ์เลวร้ายหากเกิดขึ้นได้ เนื่องจากที่ผ่านการปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยครั้งสำคัญๆ ที่ระดับนี้สามารถรองรับการปรับตัวลงได้ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์ หรือวิกฤตต่อตลาดทุนทั่วโลก อย่างช่วงวิกฤตสถาบันการเงินยุโรปที่ตลาดไปซื้อขายที่จุดต่ำสุดบริเวณ PER 9.6 เท่า เป็นระดับที่เท่ากันทั้งสองเหตุการณ์
ซึ่งในกรณีนี้ถือว่าเป็นระดับที่เลวร้ายสุดกรณีไม่สามารถหาทางออกทางด้านการเมืองได้และเกิดเหตุการณ์ปะทะกันอย่างรุนแรง หากไม่เกิดสถานการณ์รุนแรง ตลาดอาจจะยังไม่ปรับตัวลงแรงถึงระดับดัชนีที่บริเวณดังกล่าว ส่วนในกรณีดีมีทางออกได้เร็ว ไม่มีสถานการณ์รุนแรง รวมถึงการปฏิวัติ เชื่อว่าตลาดจะมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้นได้อย่างน้อยที่สุดในช่วงสั้น เนื่องจากตลาดต้องการความชัดเจนและที่ผ่านมาตลาดรับรู้เรื่องปัจจัยลบทางด้านการเมืองไปในระดับหนึ่งแล้ว
ในระยะสั้นทางเทคนิคตลาดมีแนวต้านที่ 1,280 และ 1,320 จุด ทำให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้จะขึ้นอยู่กับเรื่องการเมืองเป็นสำคัญ แต่เชื่อว่าหากอ่อนตัวลงมาที่ระดับ PER 10.50 เท่า หรือที่ระดับ 1,200 จุด ลงมาถือว่าเป็นระดับที่เริ่มถูกและไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก
ส่วนทิศทางทองคำ ในระยะสั้นประเมินว่าเป็นการแกว่งตัวเพื่อรอขึ้น ราคาปัจจุบันถือว่าเป็นระดับที่ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับต้นทุนหน้าเหมืองที่ระดับ 1,100-1,000 เหรียญสหรัฐ หากมีช่วงปรับตัวลงต่ำกว่าซัพพลายจากเหมืองจะลดลง และปีที่ผ่านมาตลาดทองคำรับรู้ปัจจัยลบเรื่องการลด QE ไปในระดับหนึ่งแล้วเห็นได้จากปีที่ผ่านมาปรับตัวลงกว่า 28.02%
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้รอดูปัจจัยทางด้านการเมือง หากมีช่วงอ่อนตัวลงมายังเป็นโอกาสของนักลงทุนเนื่องจากการซื้อขายของตลาดที่ PER ประมาณ 10.5-9.5 เท่า ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ทำให้ที่ระดับ 1,200 จุด ลงมาเป็นระดับที่สามารถเข้าสะสมสำหรับนักลงทุนได้ ส่วนทองคำแนะนำให้ดูที่บริเวณ 1,220 เหรียญสหรัฐ หากยังไม่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่ายังเป็นการแกว่งตัวขึ้น โดยแนวต้านอยู่ที่บริเวณ 1,280 และ 1,320 เหรียญสหรัฐ แนะนำซื้อช่วงปรับตัวลงหากยังไม่หลุดต่ำกว่าระดับที่มีนัยสำคัญทางเทคนิค







