
จัดไทยเทรดฯควบเวิลด์เอ็กซ์โป
โพสต์ทูเดย์
— ไทยสบช่องจีนเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป จัดงานไทยแลนด์ เทรด เอ็กซ์โป ควบคู่ หวังเจาะลูกค้าจีนต่างประเทศนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก เปิดเผยว่า กรมจะจัดงานไทยแลนด์ เทรด เอ็กซ์โป 2010 ควบคู่ไปกับการจัดงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน โดยปีนี้เป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แต่มีความพิเศษกว่าปีที่ผ่านๆ มา คือ จะมีจำนวนผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้นเป็น 130 ราย จากการจัดครั้งก่อนหน้านี้ที่มีเพียง 60 ราย และ 90 รายตามลำดับ เข้ามานำเสนอสินค้าและบริการไทย
การจัดงานไทยแลนด์ เทรด เอ็กซ์โป 2010 จะจัดนานถึง 6 เดือน โดยมีระยะเวลาของการจัดกิจกรรมครั้งละประมาณ 510 วันในแต่ละเดือน รวมทั้งสิ้น 6 ครั้ง โดยครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2530 พ.ค. ครั้งที่ 2 วันที่ 1016 มิ.ย. ครั้งที่ 3 วันที่ 19 ก.ค. ครั้งที่ 4 วันที่ 30 ก.ค.8 ส.ค. ครั้งที่ 5 วันที่ 1319 ก.ย. และครั้งที่ 6 วันที่ 817 ต.ค.
สำหรับสถานที่จัดงานนั้นจัดที่ซูเปอร์แบรนด์ มอลล์ ย่านผู่ตง ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ ใกล้หอคอยไข่มุก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปเยือนมากที่สุด ภายหลังการเยือนงานเวิลด์ เอ็กซ์โป
“
กรมเลือกจัดงานในช่วงงานเวิลด์ เอ็กซ์โป เพราะคาดว่าจะมีนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวชาวจีนและต่างชาติเข้ามาเยี่ยมชมงาน และเยือนนครเซี่ยงไฮ้ราว 100 ล้านคน จึงเป็นโอกาสดีที่จะผลักดันสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักของลูกค้าชาวจีน และชาวต่างชาติที่เดินทางมาเข้าชมงาน ซึ่งในการจัดงานยังเปิดโอกาสให้มีการเจรจาธุรกิจเพื่อสร้างโอกาสทางการค้าในระยะยาวด้วย เพื่อสานต่อนโยบายของภาครัฐด้วย” นางศรีรัตน์ กล่าวสำหรับการจัดงานไทยแลนด์ เทรด เอ็กซ์โป ครั้งนี้ จะจัดกิจกรรมพิเศษ การแสดงทางวัฒนธรรม เช่น โขนพากย์จีน รำไทย และแม่ไม้มวยไทย การสาธิตการปรุงอาหารไทย การนวดแผนไทย ตลอดจนการเดินแบบเครื่องประดับ และอื่นๆที่ช่วยสร้างสีสันและโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย
การจัดงานในครั้งนี้ ได้เลือกจัดขึ้นที่ ซุปเปอร์แบรนด์ มอลล์ ย่านผู่ตง ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ ใกล้หอคอยไข่มุก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวประสงค์จะเดินทางไปเยือนมากที่สุด ภายหลังการเยือนงานเวิลด์เอ็กซ์โป ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขยายช่องทางการตลาดของสินค้าและบริการของไทย เพิ่มโอกาสทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการไทยและเครือข่ายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และสานต่อความสำเร็จและการดำเนินงานของภาครัฐที่ผ่านมาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริงในตลาดจีน







