posttoday
ชีวิตสองจังหวะ

ชีวิตสองจังหวะ

10 มกราคม 2557

ต้องยอมรับว่า วิถีชีวิตของผู้คนอาเซียนมีความแตกต่างและหลากหลาย บ้างก็มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ บ้างก็มีจังหวะชีวิตที่เรียบง่าย ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละสังคมว่าเป็นอย่างไร

ต้องยอมรับว่า วิถีชีวิตของผู้คนอาเซียนมีความแตกต่างและหลากหลาย บ้างก็มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ บ้างก็มีจังหวะชีวิตที่เรียบง่าย ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละสังคมว่าเป็นอย่างไร

มีรายงานข่าวที่น่าสนใจจากเว็บเวียดนามเน็ต บริดจ์ นำเสนอประสบการณ์ของ “อุ่นคำ พิมมะตา” ชาวลาวที่ต้องออกไปใช้ชีวิตอยู่ในกรุงฮานอยของเวียดนามเป็นเวลาหลายเดือน และได้เปรียบเทียบการใช้ชีวิตในกรุงเวียงจันทน์และกรุงฮานอย ซึ่งสะท้อนถึงสองจังหวะที่แตกต่างกัน

เพราะการใช้ชีวิตในกรุงเวียงจันทน์ที่เรียบง่ายๆ ไม่หวือหวา กับการใช้ชีวิตในฮานอยที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ทำให้ต้องปรับตัวไม่น้อย เพราะความตื่นเต้นที่ทำให้ต้องตื่นตัวอยู่ตลอด

เริ่มจากการจราจรในฮานอย ที่เรียกฮอร์โมนอะดรีนาลีนได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้การปีนเขา หรือกระโดดบันจี้จัมพ์ โดยเฉพาะเวลาที่คนต่างบ้านต่างเมืองต้องการข้ามถนนในฮานอย

การขับรถของคนเวียดนามมีลักษณะเฉพาะ คือ ไม่หยุดให้คนข้ามถนน ไม่ว่าจะยืนรอนานเท่าไรก็ตาม คนข้ามต้องเรียกความกล้าเดินก้าวออกไปโดยไม่หันรีหันขวาง ส่วนคนขับรถจะมีหน้าที่หลีกไม่ให้ชนเอง และแม้แต่คนเฒ่าคนแก่ก็ไม่มีข้อยกเว้น

อีกเรื่องคือ การบีบแตร ในเวียดนามถือเป็นภารกิจหลักบนท้องถนน ขณะที่การใช้แตรในลาวถือเป็นสิ่งไม่สุภาพ เช่นเดียวกับเมืองไทยที่คนขับรถจะบีบแตรในกรณีที่ต้องการเตือนเพื่อนร่วมทาง หรือแสดงความไม่พอใจ แต่ไม่บีบแตรพร่ำเพรื่อ ส่วนในฟิลิปปินส์จะใช้แตรเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่เร่งรีบจริงๆ

สำหรับพลพรรคนักบิดมอเตอร์ไซค์ในเวียดนาม ที่ถือเป็นประชากรส่วนใหญ่บนท้องถนน จะไม่ส่งสัญญาณใดๆ ให้รู้ว่าเขาหรือเธอจะไปทางไหน คนขับรถยนต์จึงต้องคอยเดาทางให้ดี จะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ

เพื่อนชาวฟิลิปปินส์ของอุ่นคำขับรถนานหลายปี และไม่เคยเกิดอุบัติเหตุที่บ้านเกิด แต่กลับถูกรถชนระหว่างขี่จักรยานที่เวียดนาม เพราะไม่เข้าใจวัฒนธรรมการขับขี่ของคนเวียดนามดีพอ

การพึ่งพารถประจำทางและแท็กซี่จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนต่างถิ่น โดยราคารถประจำทางเริ่มต้นที่ 5,000 ดอง ส่วนแท็กซี่มิเตอร์เริ่มสตาร์ตที่ 8,000 ดอง

ส่วนการกินอาหารในเวียดนามและลาวมีทั้งความเหมือนและแตกต่าง ในส่วนที่คล้ายกัน คือ อาหารเวียดนามและลาวเน้นสมุนไพรและผัก แต่อาหารเวียดนามจะมีรสจืดกว่า

อย่างที่รู้กันว่า ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม หรือเฝอ เป็นเมนูที่คนต่างชาติไม่ควรพลาด ไม่เช่นนั้นก็เหมือนมาไม่ถึงเวียดนาม ซึ่งเมนูนี้เป็นอาหารสุดฮิตทั้งมื้อเช้าและเย็น

อาหารการกินในฮานอยหาได้ง่าย เพราะมีวางขายดาษดื่นริมถนน มีเก้าอี้พลาสติกและโต๊ะเล็กๆ กางเรียงราย แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างการกินอาหารในเวียดนามและลาว คือ สไตล์การกินที่คนเวียดนามจะเร่งรีบกว่า ขณะที่คนลาวค่อยๆ กิน ไม่รีบร้อน เพราะคนเวียดนามต้องรีบไปเรียนหรือทำงาน จึงไม่มีเวลายิ้มหรือพูดคุยกับใคร

ชีวิตกลางคืนของสองประเทศนี้ก็ต่างกันบ้าง เพราะวัยรุ่นเวียดนามนิยมดื่มเบียร์หรือน้ำผลไม้ปั่นเพียงแก้วเดียว ก็สังสรรค์ได้ยาวนาน ขณะที่วัยรุ่นลาวเริ่มต้นจาก 1 ขวด อาจเพิ่มเป็น 10 หากนั่งยาวตลอดคืน

นี่คือชีวิตสองจังหวะในยุคที่คนอาเซียนใกล้ชิดกันมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท