posttoday
ทางรอดในสถานการณ์เสี่ยง

ทางรอดในสถานการณ์เสี่ยง

10 มกราคม 2557

ทุกวันนี้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งเป็นผลจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเราลดลง

ทุกวันนี้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก ซึ่งเป็นผลจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของเราลดลง

ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถบังคับหรือเปลี่ยนแปลงปัจจัยภายนอกให้เป็นโอกาสสำหรับประเทศ แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของประเทศให้มีความเข้มแข็งและหาช่องทางภายนอกที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศได้

เราต่างทราบกันดีว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศขึ้นอยู่กับความสามารถของภาคการผลิต การค้า และบริการ ซึ่งเกิดจากความรู้ ทักษะ และความสามารถของผู้ประกอบการและบุคลากรในองค์กร

ตัวอย่างเช่น ประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พ่ายแพ้ต่อกองกำลังสัมพันธมิตร ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ เศรษฐกิจถูกทำลายพังพินาศ ในขณะที่ประเทศมีทรัพยากรธรรมชาติจำกัด แต่ญี่ปุ่นไม่เคยยอมแพ้ และด้วยความรักความสามัคคี ความมุมานะของคนในประเทศ จึงเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้ในเวลาเพียงไม่กี่สิบปี

ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงปลายทศวรรษที่ 19401950 ญี่ปุ่นแข่งขันในตลาดด้วยสินค้าราคาถูกและค่าจ้างแรงงานต่ำ โดยลอกเลียนแบบสินค้าจากประเทศตะวันตก เมื่อเห็นถึงข้อจำกัดในกลยุทธ์ดังกล่าวญี่ปุ่นจึงปรับเปลี่ยนโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อเข้าสู่การแข่งขันใน รูปแบบใหม่ ด้วยแนวคิดของ “เดมมิ่ง” (W. Edwards Deming) และ (Joseph Juran) ญี่ปุ่นจึงหันมาแข่งขันด้านคุณภาพมากกว่าราคา

วิธีและแนวทางที่ญี่ปุ่นเริ่มบุกเบิกด้านคุณภาพนี้ ทำให้โฉมหน้าของการแข่งขันในตลาดโลกเปลี่ยนไป บริษัทญี่ปุ่นได้รับประโยชน์จากราคาและคุณภาพสินค้าที่สูงขึ้นมานานหลายปี อันเป็นผลมาจากการปฏิวัติวิธีดำเนินธุรกิจโลก ซึ่งมีญี่ปุ่นเป็นผู้นำในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 โดยการใช้ทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management TQM) การผลิตอย่างทันเวลา (Justintime Manufacturing Kanban) และการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Kaizen)

ความสามารถในการปรับเปลี่ยน (แม้จะอยู่ในช่วงลำเค็ญเช่นนี้) มีให้เห็นถึงสองครั้งสองคราในประวัติศาสตร์หลังสงครามโลกของญี่ปุ่น ยุคน้ำมันแพงต้นทศวรรษที่ 1970 ผลักดันให้ญี่ปุ่นต้องยกระดับอุตสาหกรรมในประเทศ เมื่อราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่าปกติถึง 4 เท่าในปี พ.ศ. 2516 บริษัทญี่ปุ่นหันมาลงทุนอย่างหนักในเรื่องเทคโนโลยีการประหยัดพลังงานและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าของตนเอง วิกฤตน้ำมันช่วยจุดประกายให้ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี ประหยัดพลังงานของโลก ซึ่งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอื่นๆ อีกหลายประเภท

วิกฤตเงินเยนซึ่งเป็นการเพิ่มค่าเงินเยนถึง 100% หลังจากข้อตกลงพลาซ่า (Plaza Accord) ซึ่งลงนามในเดือน ก.ย. 2528 เพียง 2 ปี นำไปสู่การปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว สินค้าญี่ปุ่นมีราคาแพงขึ้นในตลาดโลกเพียงชั่วข้ามคืน ทำให้ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับแรงกดดันหลายอย่าง บริษัทญี่ปุ่นหันมาปรับปรุงวิธีการผลิตกันขนานใหญ่ โดยปรับเปลี่ยนจากการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีต่ำทำให้สินค้ามีมูลค่าต่ำในตลาดต่างประเทศ มาสู่สินค้าที่ทันสมัยโดยไม่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันเรื่องราคา วิกฤตเงินเยนเป็นตัวจุดประกายให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ จนทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศผู้นำทางอุตสาหกรรมที่ทันสมัยได้ดำเนินมาตรการพิเศษที่จำเป็นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ผมจำวลีที่ว่า “ดูหนัง ดูละคร แล้วย้อนดูตัวเราเอง” ได้เสมอ

ดังนั้น สิ่งที่ประเทศไทยควรจะต้องทำขณะนี้ก็คือการนำกลยุทธ์ใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจมาใช้ โดยคำนึงถึงจุดแข็งและข้อจำกัดต่างๆ ที่เคยใช้แข่งขันในอดีตควบคู่กับทัศนคติใหม่ๆ ที่ทันสมัย เกี่ยวกับบทบาทของรัฐบาลและเอกชนในระบบเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันเรากำลังเผชิญกับปัญหาสำคัญของประเทศ 5 ประการ ได้แก่ (1) เศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัว (2) ความมั่นคงทางการเมือง (3) การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (4) โลกในยุคดิจิตอลซึ่งทำให้ทุกอย่างเป็นพลวัตไปหมด และ (5) กระแสการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยที่เรายังมีผลิตภาพและคุณภาพของสินค้าที่ต่ำ (Low Productivity & Quality)

ทุกวันนี้เรายังไม่ได้จริงจังกับเรื่องนวัตกรรมมากนัก และเรายังไม่ค่อยใส่ใจกับปัญหาวิกฤตพลังงานและสิ่งแวดล้อมเท่าที่ควร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขัน

ถึงวันนี้เราคงจะต้องตั้งหลักใหม่และกำหนดจุดยืนให้ชัดในเวทีโลกครับผม!

ข่าวล่าสุด

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ

โลตัส ขอนแก่นเปิดโฉมใหม่ 30 ต.ค. ดึง IKEA-ร้านดังเสริมทัพ