posttoday
การเมืองปัจจัยหลักฉุดยอกใช้พลังงานปีนี้

การเมืองปัจจัยหลักฉุดยอกใช้พลังงานปีนี้

10 มกราคม 2557

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ปี 2556 ที่ผ่านไป แม้ภาวะเศรษฐกิจจะไม่สดใสนัก โดยเฉพาะการส่งออกที่ซบเซาตามเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้มีความต้องการใช้พลังงานเชิงพาณิชย์อยู่ที่วันละ 2 ล้านบาร์เรล หรือขยายตัวเพียง 1.2% โดยมีมูลค่าความต้องการใช้รวม 2.13 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% มีการนำเข้าพลังงาน 1.42 ล้านล้านบาท ลดลง 2%

ย่างเข้าปี 2557 เศรษฐกิจไทยยังคงถูกกดดันจากการเมืองในประเทศ กระทรวงพลังงานจึงคาดว่าจะมีการใช้พลังงานรวมไม่สูงนัก

“พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล” รมว.พลังงาน ยังใช้ข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 45% โดยยังไม่รวมผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่คาดว่าทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่ สศช.ประเมินพอสมควร ซึ่งจะเห็นผลกระทบชัดเจนในเดือน เม.ย.เป็นต้นไป และจะส่งต่อปริมาณการใช้พลังงานให้ลดลงด้วย

อย่างไรก็ตาม ภายใต้เศรษฐกิจขยายตัว 45% ค่าเงินบาทเฉลี่ย 31.5-32.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันดิบดูไบ 105-110 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล คาดว่าปีนี้จะมีความต้องการพลังงาน เชิงพาณิชย์ขั้นต้นวันละ 2.055 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.5% โดยความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น 1.4% แบ่งเป็นน้ำมันสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 1.5% ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มของน้ำมันเครื่องบิน 5% จากการขยายตัวของการเดินทางทางอากาศ

ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 4% จากความต้องการใช้ในการผลิตไฟฟ้า ส่วนการใช้พลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น 7% และการใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า เนื่องจากจะมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ ได้แก่ โรงไฟฟ้าวังน้อย (ชุดที่ 4) โรงไฟฟ้าจะนะ (ชุดที่ 2) บริษัท กัลฟ์ เจพี เอ็นเอส รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Cogeneration) ของผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 3,421 เมกะวัตต์

ด้านก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) คาดว่า ภาคครัวเรือนจะลดลง 4.7% จากนโยบายปรับราคาให้สูงขึ้น ส่วนภาคอุตสาหกรรม เพิ่มราว 0.4% ขณะที่รถยนต์ยังคงต้องการเพิ่มขึ้น 12.9% ภาคปิโตรเคมี คาดว่าต้องการใช้เพิ่มขึ้น 2.9% ด้านการผลิตไฟฟ้า คาดว่าหากเศรษฐกิจไทยขยายตัวตามเศรษฐกิจโลก จะใช้เพิ่มขึ้น 4.1% แต่จากปัญหาการเมืองจึงต้องรอปรับประมาณการอีกครั้ง

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลยุบสภาฯ ทำให้หลายโครงการต้องชะลอออกไป เช่น การศึกษาการวางท่อก๊าซเอ็นจีวีไปยังภูมิภาค ที่ทำได้เพียงขั้นศึกษา แต่การลงทุนวางท่อต้องรอนโยบายรัฐบาลใหม่ รวมถึงหลายนโยบายที่ต้องส่งให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กบช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานอนุมัติ ต้องรอรัฐบาลใหม่เช่นกัน

นอกจากนี้ กระทรวงฯ ได้เตรียมแผนรับมือการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. ไว้พร้อม มั่นใจว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ขาดไฟฟ้าหรือพลังงานทุกอย่าง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซักซ้อมแผนฉุกเฉินร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

ด้านน้ำมัน ก๊าซเอ็นจีวี ได้จัดทำแผนการส่งเข้าปั๊มต่างๆ ไว้แล้ว รวมถึงการสำรองเพื่อส่งไปยังพื้นที่ที่มีความต้องการให้เพียงพอ โดยเฉพาะปั๊มที่อยู่ใกล้จุดเสี่ยง จัดทำเส้นทางการขนส่งน้ำมัน มีหน่วยฉุกเฉินติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท