
ลดกำไรบจ.ลง2.6%การเมืองฉุดบาทอ่อนพยุง
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ลดประมาณการกำไรบจ. ปีนี้ลง2.6% การเมืองฉุดลงบาทอ่อนช่วยไว้
นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ลดประมาณการกำไรบจ. ปีนี้ลง2.6% การเมืองฉุดลงบาทอ่อนช่วยไว้
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ได้ปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนทุกกลุ่ม ส่งผลให้กำไรสุทธิของตลาดหุ้นไทยในปี 2557 ลดลงจากเดิมเล็กน้อยราว 2.6% เหลือหุ้นละ 101.85 บาท และปี 2556 ลดลง 2.3% เหลือ 90.22 บาท (จากประมาณการเดิม 104.57 บาท และ 92.33 บาท ตามลำดับ)
ทั้งนี้ เป็นผลจากการปรับลดลงประมาณการกำไรของหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ (60% ของกำไรสุทธิในปี 2557) ลงราว 7.13% จากประมาณการเดิม เรียงลำดับจากที่ลดลงมากไปน้อยคือ กลุ่มขนส่ง 50% สื่อสาร 11.9% วัสดุก่อสร้าง 8.8% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.5% อุตสาหกรรมและเครื่องจักร 7% โรงพยาบาล 6.1% ประกัน 3.5% ธนาคารพาณิชย์ 2.8% ค้าปลีก 1.7%
บล.เอเซีย พลัส มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของหุ้นที่อิงเศรษฐกิจภายนอก (40% ของกำไรสุทธิในปี 2557) เพราะนอกจากได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวแล้ว การปรับลดสมมติฐานค่าเงินบาทจากเดิม 31.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 33 บาท จึงทำให้หุ้นในกลุ่มนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมราว 8% นำโดยหุ้นในกลุ่มดังต่อไปนี้คือ กลุ่มเกษตรเพิ่มขึ้น 10.7% จากประมาณการเดิม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 9.1% พลังงานเพิ่มขึ้น 9.2% ปิโตรเคมีเพิ่มขึ้น 4.5% และอาหารเพิ่มขึ้น 4%
กำไร บจ.ที่ลดลงได้ฉุดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีค่าสัดส่วนราคาต่อกำไรที่คาดหวัง (พี/อี) ที่ 12.34 เท่า พี/อีปัจจุบัน 13.89 เท่า) สะท้อนความเสี่ยงจากปัญหาการเมืองในปัจจุบันระดับหนึ่งแล้ว
อย่างไรก็ตาม หากการเมืองยังยืดเยื้อนานเกินไป ทำให้มีโอกาสการปรับลด อัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และอัตราเติบโตกำไรต่อหุ้นลดลงอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี เพื่อสะท้อนความเสี่ยงดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ยังมีอยู่ จึงปรับลดดัชนีเป้าหมายจากเดิมที่เคยกำหนดไว้ที่ 14.5 เท่า เหลือ 13.5 เท่า และเมื่ออิงกำไรต่อหุ้นใหม่ดัชนีเป้าหมายปี 2557 จะอยู่ที่ 1,375 จุด ส่วนในระยะสั้นหรือภายในไตรมาสแรกของปีนี้ หากสถานการณ์การเมืองยังไม่มีข้อยุติ แม้ภายหลังผ่านพ้นการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ไปแล้ว เชื่อว่าดัชนีน่าจะลงไปทดสอบพี/อีที่คาดหวัง 12-11 เท่า หรือราว 1,222-1,120 จุด







