
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท
ถึงเวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2556 แล้ว กำหนดเวลายื่นแบบตั้งแต่เดือน ม.ค.มี.ค. 2557 ผู้มีเงินได้พึงประเมินต่างมีเงินได้ฯ จากการประกอบอาชีพหลากหลายแตกต่างกัน อาจขายสินค้าให้บริการ หรือนำเงินทุนไปฝากสถาบันการเงินหรือลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น ฝากธนาคาร ซื้อหน่วยลงทุน ถือหุ้นในบริษัท เป็นต้น
ถึงเวลายื่นแบบเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2556 แล้ว กำหนดเวลายื่นแบบตั้งแต่เดือน ม.ค.มี.ค. 2557 ผู้มีเงินได้พึงประเมินต่างมีเงินได้ฯ จากการประกอบอาชีพหลากหลายแตกต่างกัน อาจขายสินค้าให้บริการ หรือนำเงินทุนไปฝากสถาบันการเงินหรือลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เช่น ฝากธนาคาร ซื้อหน่วยลงทุน ถือหุ้นในบริษัท เป็นต้น
ประมวลรัษฎากรได้แบ่งประเภทเงินได้พึงประเมินออกเป็น 8 ประเภท ตามนัยมาตรา 40(1)(8) เงินได้ฯ แต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกัน ประเภทเงินได้พึงประเมินจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากระบุประเภทเงินได้ฯ ไม่ถูกต้อง การหักค่าใช้จ่ายในการคิดคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอาจผิดพลาดได้ เพราะเงินได้ฯ บางประเภทกฎหมายให้หักค่าใช้จ่าย (หักเหมา/หักจริง) บางประเภทกฎหมายไม่ให้หักค่าใช้จ่าย อาจส่งผลต้องชำระภาษีเพิ่มเติม เสียเงินเพิ่ม กรณีขอคืนภาษีอาจได้คืนไม่ถูกต้องตามจริง
นอกจากนั้น ผู้จ่ายเงินได้ฯ อาจหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไม่ถูกต้อง เพราะแต่ละประเภทเงินได้ฯ อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายแตกต่างกัน ประเภทเงินได้ฯ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท ตามประมวลรัษฎากรสรุปได้ ดังนี้
1.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(1) เป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากการจ้างแรงงาน ซึ่งนายจ้างและลูกจ้างสามารถบังคับบัญชากันได้ เช่น ข้าราชการ พนักงานบริษัท เป็นต้น
2.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(2) เป็นเงินได้จากการรับทำงานให้ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างไม่ได้เป็นนายจ้างและลูกจ้างกัน ไม่สามารถบังคับบัญชากันได้ ผู้ว่าจ้างจะจ่ายค่าตอบแทนตามผลสำเร็จของงาน เงินได้ประเภทนี้ ได้แก่ ค่าธรรมเนียม นายหน้า เงินอุดหนุนในงานที่ทำ เบี้ยประชุม โบนัส บำเหน็จ เงินค่าเช่าบ้าน เงิน ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ใดๆ ที่ได้รับจากการรับทำงานให้
3.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(3) เป็นเงินได้จากค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปีหรือเงินรายปี อันเนื่องมาจากพินัยกรรมหรือนิติกรรมอย่างอื่นหรือคำพิพากษาของศาล เงินได้ฯ จากค่าซอฟต์แวร์ถือเป็นค่าลิขสิทธิ์ ตามกฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์
4.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(4) เป็นเงินได้จากดอกเบี้ยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยจากพันธบัตร เงินฝาก หุ้นกู้หรือการให้กู้ยืมเงิน นอกจากนั้นยังมีเงินปันผล เงินส่วนแบ่งกำไร ผลประโยชน์จากการโอนหุ้น หุ้นกู้ พันธบัตรหรือตั๋วเงิน ผลประโยชน์จากการเพิ่มทุน ลดทุนหรือจากการควบเข้ากัน เป็นต้น เงินได้ประเภทนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเงินทุน ไม่ได้ใช้แรงกายแต่อย่างใด
5.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(5) เป็นเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์ก็ตาม รวมถึงเงินที่ได้รับจากการผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สินหรือสัญญาซื้อขายเงินผ่อน เงินได้ฯ ประเภทนี้เกิดจากทรัพย์สินของผู้มีเงินได้
6.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(6) เป็นเงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่ 6 วิชาชีพ ได้แก่ กฎหมาย วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี การประกอบโรคศิลปะ ประณีตศิลปกรรม เงินได้ประเภทนี้มักปฏิบัติผิดพลาดกันบ่อยครั้ง เพราะผู้ประกอบวิชาชีพนี้อาจจะมีเงินได้หลายประเภทแตกต่างกัน เช่น แพทย์อาจจะมีเงินได้ตามมาตรา 40(1) หรือมาตรา 40(2) หรือมาตรา 40(6) หรือมาตรา 40(8) ก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการประกอบการของแพทย์ ว่าจริงๆ แล้วทำอะไร
7.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(7 ) เป็นเงินได้จากการรับเหมา โดยที่ผู้รับเหมาเป็นผู้จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ แต่ถ้ารับเหมาโดยไม่มีวัสดุ อุปกรณ์และใช้แรงงานคนเดียว เงินค่าจ้างที่ได้รับเป็นเงินได้มาตรา 40(2) แต่ถ้ามีลูกน้องไปทำงานด้วยหลายคนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งถือเป็นการรับจ้างทำของ
8.เงินได้ฯ ตามมาตรา 40(8) เป็นเงินได้นอกเหนือจากเงินได้ตามมาตรา 40(1)(7) ได้แก่ เงินได้จากการขนส่ง พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม เกษตรกรรม เป็นต้น
ท่านที่มีเงินได้พึงประเมินคงทราบเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับประเภทเงินได้พึงประเมินตามกฎหมาย สวัสดีครับ







