
เซนส์ออฟจอยเล็งโกอินเตอร์ทุ่ม100ล.ปีนี้
โพสต์ทูเดย์
— เซนส์ ออฟ จอย เล็งสยายปีกต่างประเทศ พร้อมทุ่มเกือบ 100 ล้านบาท เพิ่มสาขา ผุดเมดิเคิล สปา แบรนด์ใหม่น.ส.วราลักษณ์ วาณิชกุลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เซนส์ ออฟ จอย ผู้บริหารสปาเซนส์ ออฟ จอย เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเจรจากับผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศเพื่อร่วมลงทุนเปิด เซนส์ ออฟ จอย สปาในต่างประเทศ คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในประเทศในช่วงที่เหลือของปีนี้เตรียมงบเกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบสูงสุดในรอบ 5 ปี ที่บริษัทเปิดดำเนินการมา โดยแบ่งเป็นการขยายสาขาเพิ่มอีก 1 สาขาที่ปิ่นเกล้า ใช้งบราว 1520 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 สาขา
นอกจากนี้ ยังเตรียมแตกไลน์เมดิเคิล สปา แบรนด์ใหม่ เฟิสต์ เฟส (First Face) บาย เซนส์ ออฟ จอย แห่งแรก ลงทุนราว 4050 ล้านบาท เพื่อตอบรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในประเทศไทย โดยภายในสิ้นเดือนนี้จะเปิดศูนย์การเทรนนิงเพื่อเตรียมความพร้อมในการรุกตลาดต่างประเทศของบริษัทและให้กับผู้ที่สนใจทำธุรกิจสปา ตั้งอยู่ที่อาคารโกลเด้น แลนด์ ย่านราชประสงค์
ขณะเดียวกันยังมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง แบรนด์ กอนนา บี สลิม (Gonna Be Slim) บาย เซนส์ ออฟ จอย คาดว่าจะเปิดตัวได้ภายในเดือน ก.ค.นี้ ใช้งบลงทุนพัฒนาและผลิตสินค้าราว 20 ล้านบาท โดยจากแผนงานทั้งหมดคาดว่าจะเพิ่มยอดขายของบริษัทให้เติบโตถึง 30% จากปกติเติบโตปีละ 25%
“
ภายใต้แผนการดำเนินงานทั้งหมดในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาใหม่ การเปิดเมดดิเคิล สปา การแตกไลน์ผลิตภัณฑ์จะช่วยผลักดันยอดขายของบริษัทให้เติบโตได้ราว 30% จากปกติที่อัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 25%” น.ส.วราลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมสำหรับเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง กอนนา บี สลิม ในปีแรก บริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งในตลาดรวมผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่าง 10% จากตลาดรวมผลิตภัณฑ์ดูแลรูปร่างที่มีมูลค่าราว 8% จากตลาดรวมผลิตภัณฑ์เพื่อดูแลผิว
น.ส.วราลักษณ์ เผยต่อว่า การรุกตลาดสปา และเมดดิเคิล สปา ของบริษัทในปีนี้ เพราะตลาดสปาในประเทศมีศักยภาพแม้จะมีปัจจัยลบทางการเมือง โดยตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงไตรมาสแรกของปีนี้ ตลาดสปาในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตแล้ว 10%
ทางด้านปัญหาทางการเมืองซึ่งบริษัทมีสาขาอยู่ใกล้บริเวณพื้นที่การชุมนุม คือ สาขาอาคารลิเบอร์ตี้ ถนนสีลม ทำให้ลูกค้าลดลงกว่า 50% แต่สาขาที่อยู่ห่างพื้นที่การชุมนุม เช่น สาขาอาคารจัสมินซิตี้ สุขุมวิท 23 และสาขาเอสพลานาด กลับมีการเติบโตสาขาละกว่า 20% หรือมีลูกค้าเพิ่มขึ้นวันละ 70
– 75 คน จากปกติจะมีลูกค้าราว 50 คนต่อวันอย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าหลังจากปัญหาการเมืองจบสิ้นลง อุตสาหกรรมสปา และเมดดิเคิล สปา ในประเทศไทยจะกลับมาเติบโตตามปกติ เพราะเป็นจุดเด่นของประเทศไทยที่ชาวต่างชาติยอมรับ







