posttoday
พันธบัตรคลังยั่วใจดบ.4%

พันธบัตรคลังยั่วใจดบ.4%

07 พฤษภาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — คลังเคาะดอกเบี้ยพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 6 ปี เฉลี่ย 4% กรณ์สั่ง 12 ธนาคารห้ามล็อกให้ลูกค้าก่อน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า จะเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งวงเงิน 1 แสนล้านบาท อายุ 6 ปี ระหว่างวันที่ 1721 พ.ค. 2553 คิดดอกเบี้ยแบบขั้นบันได ปีที่ 1 และ 2 ที่ 3% ต่อปี ปีที่ 3 และ 4 ดอกเบี้ย 4% ปีที่ 5 ดอกเบี้ย 5% และปีที่ 6 ดอกเบี้ย 6% เฉลี่ย 6 ปี ดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 4% จำหน่ายผ่านธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง จำนวนกว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ

ทั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้กับผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นอันดับแรก ในวันที่ 1718 พ.ค. 2553 จากนั้นวันที่ 1921 พ.ค. 2553 จะเปิดขายให้กับบุคคลทั่วไป โดยกำหนดการการซื้อขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท และสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อราย หากขายครบ 1 แสนล้านบาทก่อนกำหนดวันปิดขาย ก็จะปิดขายทันที

เพราะขออนุมัติคณะรัฐมนตรีไว้เพียง 1 แสนล้านบาท และการระดมเงินก็เป็นไปตามการเบิกจ่ายของโครงการไทยเข้มแข็งที่คาดว่าจะมีไปถึงเดือน ก.ย. 2553 จะมีการเบิกจ่ายจำนวน 1 แสนล้านบาท

รมว.คลัง กล่าวว่า ได้กำชับธนาคารทุกแห่งจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม ต้องเป็นผู้ที่มาจอง ตามวันเวลาที่กำหนดได้ก่อน ไม่มีการล็อกไว้ให้กับลูกค้าของธนาคารตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาทางสาขาธนาคารจะบอกจำนวนพันธบัตรที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงานใหญ่ให้กับผู้มารอซื้อได้รับทราบ เพื่อที่ผู้จองจะได้รับรู้ว่าจะได้รับสิทธิการจองหรือไม่ ก็ถือว่าเป็นการดำเนินการที่ดีและน่าจะนำมาใช้อีก

สำหรับธนาคารที่ขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 12 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ธนาคารนคร หลวงไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบี และธนาคารซิตี้แบงก์

ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังเคยออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งวงเงิน 8 หมื่นล้านบาทถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะมีคนเข้ามาซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ถึง 1.2 แสนราย เฉลี่ยซื้อรายละ 7 แสนบาท กระทรวงการคลังจึงคาดว่าครั้งนี้จะมีรายย่อยได้รับการจัดสรรมากกว่าที่ผ่านมาเพราะมีวงเงินสูงกว่านายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ปีงบประมาณ 53 รุ่นอายุ 6 ปี วงเงินไม่เกิน 1 แสนล้านบาท กำหนดดอกเบี้ยแบบขั้นบันได โดยปีที่ 12 ดอกเบี้ย 3%, ปีที่ 34 ดอกเบี้ย 4%, ปีที่ 5 ดอกเบี้ย 5% และ ปีที่ 6 ดอกเบี้ย 6%

กระทรวงการคลังจะ เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 1721 พ.ค.53 กำหนดวงเงินซื้อขั้นต่ำ 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท/ราย โดยจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปได้จองซื้อก่อนในวันที่ 1718 พ.ค.53 และ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 1921 พ.ค.53

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถจองซื้อผ่านธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ 12 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ธนาคารยูโอบี ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ธนาคารซิตี้แบงก์ ธนาคารธนชาต และธนาคารออมสิน โดยธนาคารไม่คิดค่าธรรมเนียมใด ๆ

ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ถือเป็นวงเงินที่สูงสุดที่กระทรวงการคลังนำออกขายนับตั้งแต่ปี 45 และเชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้สูงอายุ โดยคาดว่าผู้ออมเงินได้สิทธิจองซื้อมากกว่า 120,000 ราย เนื่องจากการเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็งเมื่อปี 52 วงเงิน 80,000 ล้านบาท มีประชาชนได้สิทธิซื้อ 120,000 ราย เฉลี่ยรายละ 70,000 บาท ซึ่งวงเงินที่ออกขายครั้งนี้สูงกว่า

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังจะไม่มีการขยายวงเงินออกพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้เกินกว่า 100,000 ล้านบาท เนื่องจากเป็นไปตามวงเงินที่ ครม.อนุมัติ และเป็นการออกพันธบัตรตามความจำเป็นของการใช้เงิน โดยการจองซื้อพันธบัตรครั้งนี้จะใช้หลักจองก่อนได้สิทธิก่อน จะไม่มีการเปิดจองซื้อพันธบัตรล่วงหน้าก่อนเปิดขายจริง

“เชื่อว่าการเปิดขายพันธบัตรครั้งนี้น่าจะมีความโปร่งใส หากใครมาก่อนก็ได้สิทธิก่อน โดยไม่มีการเปิดให้จองก่อนเปิดขายจริง...การจัดสรรโควต้าแต่ละแบงก์เป็นไปตามสัดส่วนเงินฝาก และเชื่อว่าแต่ละแบงก์จะจัดสรรโควต้าไปตามสาขาต่างๆ ตามยอดเงินฝากเช่นกัน เพื่อให้ประชาชนได้จองซื้อตามโควต้า และเชื่อว่าทุกคนจะได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน” นายกรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี