
สศช.เตรียมเสริมแกร่งอุตฯ
วางแนวทางส่งเสริมให้ชัดเจนยันยุทธศาสตร์อาเซียนครอบคลุม
วางแนวทางส่งเสริมให้ชัดเจนยันยุทธศาสตร์อาเซียนครอบคลุม
สศช.ยันยุทธศาสตร์อาเซียนครอบคลุมแล้ว พร้อมวางเป้าหมายชัดเจนเพิ่มแกร่งอุตฯ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า กรณีที่มีนักวิชาการแสดงความเห็นว่ายุทธศาสตร์อาเซียนของประเทศ 8 ข้อ ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังไม่ครอบคลุม มุ่งเน้นแต่การพัฒนาในประเทศ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายและบทบาทในอาเซียน ประเมินว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวครอบคลุมในระดับหนึ่งแล้ว เพราะไทยยังมียุทธศาสตร์และความร่วมมืออื่นในการวางพันธกิจระดับนานาชาติประกอบด้วย
“เรามีบทบาทที่ทำร่วมกับกลุ่มต่างๆ ในอาเซียนจำนวนมากทั้งที่เป็นระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค เช่น อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงหรือจีเอ็มเอส ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดีเจ้าพระยาแม่โขงหรือแอคเมคส์ เขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซียมาเลเซียไทย แต่ละความตกลงก็มีกรอบให้เราได้แสดงบทบาทสำคัญอยู่แล้ว” นายอาคม กล่าว
นอกจากนี้ ยังมียุทธศาสตร์เชิงรุกที่ไทยพยายามเป็นผู้สร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมตั้งแต่จีนลงมาถึงสิงคโปร์ทั้งทางบกและทางราง เพื่อเชื่อมโยงด้านเศรษฐกิจ ให้การขนส่งสินค้าตามชายแดนสะดวกขึ้น และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว
ขณะเดียวกัน พยายามผลักดันด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มอบทุนการศึกษา การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ได้เน้นเฉพาะด้านเศรษฐกิจเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สศช.ยินดีรับข้อเสนอเรื่องการส่งเสริมอุตสาหกรรมบางกลุ่มให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้เกิดเป้าหมายที่ชัดเจนของอุตสาหกรรมนั้นๆ ในตลาดอาเซียน แต่ขณะเดียวกัน คงต้องพิจารณาเรื่องการตั้งเป้าเป็นอันดับหนึ่ง อันดับสอง ในภาคส่วนต่างๆ ให้ดีก่อน เพราะเป้าหมายของอาเซียนไม่ได้รวมตัวเพื่อแข่งขันกัน แต่รวมตัวเพื่อเป็นตลาดเดียว
สำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย เชื่อว่ามีบางกลุ่มที่พัฒนาจนมองไกลกว่าตลาดอาเซียนไปแล้ว เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอาหาร
ทั้งนี้ กระทรวงต่างๆ ได้นำยุทธศาสตร์อาเซียนของประเทศไปต่อยอดเป็นแผนปฏิบัติงานภายในแล้ว เพราะแต่ละกระทรวงได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ด้วย และในการพิจารณางบประมาณในปี 2557 สำนักงบประมาณก็ได้ใช้ยุทธศาสตร์อาเซียนเป็นปัจจัยหนึ่งในการพิจารณาจัดสรรงบให้แก่หน่วยงานต่างๆ ด้วย ในปีนี้จึงน่าจะเห็นเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงาน การพัฒนาเอสเอ็มอี การพัฒนาด่านชายแดนเพิ่มเติม







