
BLISSบุกงานไอทีเอกชน
ชดเชยประมูลภาครัฐสะดุดพิษการเมืองรับรายได้ปีก่อนพลาดเป้าเล็กน้อย
ชดเชยประมูลภาครัฐสะดุดพิษการเมืองรับรายได้ปีก่อนพลาดเป้าเล็กน้อย
บลิสเทล หวั่นการเมืองฉุดงานประมูลภาครัฐปีนี้สะดุด ลุยงานเอกชนเสียบแทน
นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ประธานกรรมการ บริษัท บลิสเทล (BLISS) เปิดเผยว่า ความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้เกิดการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ยืดเยื้อ ส่งผลให้การประมูลงานภาครัฐปีนี้ล่าช้าออกไป เนื่องจากไม่มีคนอนุมัติและการส่งมอบแท็บเล็ตให้กับกระทรวงศึกษา ธิการ กำหนดเสร็จและส่งมอบตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ต้องล่าช้าออกไปอีก 2 เดือน หรือส่งมอบเสร็จในเดือน ก.พ.
งานที่ส่งมอบล่าช้าในปีที่ผ่านมา บางส่วนทำให้การรับรู้รายได้ยืดออกมาในไตรมาสแรกปี 2557 และรายได้ในปีที่ผ่านมา ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้ปี 2556 บางส่วนที่รับรู้ล่าช้าจะมารับรู้ในไตรมาสแรกปีนี้
ทั้งนี้ ได้มีการตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1,200 ล้านบาท เป็นงานประมูลภาครัฐและเอกชนเท่ากัน ส่วนใหญ่เป็นงานติดตั้งระบบเทเลคอมและงานไอซีทีเป็นหลัก ปัจจุบันมีงานในมือ 800 ล้านบาท
นายจักรกฤษณ์ ธนวิรุฬห์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ BLISS กล่าวว่า บริษัทหันมาบุกงานประมูลภาคเอกชนมากขึ้น เพื่อชดเชยงานภาครัฐที่มีความล่าช้าจากปัญหาการเมือง เนื่องจากภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทเทเลคอมขนาดใหญ่ที่กำลังจะประมูล 4จี ไตรมาส 3 ปีนี้ เป็นจังหวะเร็วที่บริษัทจะได้งาน ดังนั้น ปีนี้งานภาครัฐจะไม่ค่อยโตเท่ากับงานภาคเอกชน
“บลิสเทล หันมาบุกงานเทเลคอมของภาคเอกชนมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งไตรมาส 4/2557 น่าจะได้งานเอกชนมากกว่าจากการประมูลระบบ 4จี ในปีนี้ และโอกาสที่จะได้งานมีมาก เพราะขณะนี้วงการยอมรับการทำงานของบลิสเทล”
นายณัฐพงศ์ กล่าวเสริมว่า บริษัทจะหันมาติดตั้งระบบส่งสัญญาณเทเลคอมด้วยเครื่องส่งสัญญาณ ซึ่งต้องติดตั้งระบบออฟติกมากขึ้น ซึ่งปีที่ผ่านมาได้งานวางระบบออฟติกจากทีโอทีมูลค่างาน 70 ล้านบาท
นายจักรกฤษณ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการนำหุ้นกลับมาซื้อขายในตลาดหลัก ทรัพย์ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้หยุดขอข้อมูลนานแล้ว หลังจากที่ส่งข้อมูลงบการเงินระหว่างปี 25542556 ให้ คาดว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ก.ล.ต.
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า มีแผนเปลี่ยนชื่อบริษัท บลิสเทล ซึ่งต้องขออนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีนี้ในเดือน เม.ย.นี้ หลังจากที่บริษัทได้เปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นและธุรกิจใหม่จากการเป็นเทรดดิ้ง ซื้อขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เป็นธุรกิจใหม่ติดตั้งและวางระบบสื่อสาร งานไอซีที และติดตั้งซอฟต์แวร์
“ผมมั่นใจว่า หลังจากปิดงบปี 2556 ต่อเนื่องผลดำเนินงานไตรมาสแรก2 จะเห็นภาพ BLISS ชัดเจน โดยธุรกิจที่บริษัททำ ซึ่งในวงการยอมรับบลิสเทล งานที่ทำมีความแตกต่างจากบริษัทอื่น และธุรกิจที่ทำเป็นเรื่องต่อเนื่องระยะยาว ภาพเก่าๆ ของบลิสเทล ได้ลบไปมากแล้ว แต่ยังมีกระบวนการและเวลาในการเปลี่ยนชื่อ ต้องขอมติผู้ถือหุ้น” ผู้บริหาร กล่าว
แหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง ) เปิดเผยว่า ความต้องการหุ้น BLISS นอกตลาดยังมี แต่ราคาที่เจรจากันลดลงตามภาวะตลาดหุ้น ซึ่งความล่าช้าในการอนุมัติของ ก.ล.ต.เป็นช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง น่าจะส่งผลดีกับหุ้น BLISS
“หากกลับเข้ามาซื้อขายตอนนี้ เชื่อว่าหุ้น BLISS จะกระทบเหมือนหุ้นตัวอื่นๆ ไม่เป็นผลดีต่อหุ้น” มาร์เก็ตติ้ง กล่าว







