
รับหุ้นดิ่งแรงได้5วัน
กลต.ยันระบบพร้อมเผชิญปิดกรุงสมาคมค้าทองประชุมสัปดาห์นี้
กลต.ยันระบบพร้อมเผชิญปิดกรุงสมาคมค้าทองประชุมสัปดาห์นี้
ก.ล.ต. ลั่นรับมือชัตดาวน์กรุงเทพฯ ระบุมีระบบดูแลแม้หุ้นดิ่งแรง 5-15% สมาคมค้าทองซักซ้อมสัปดาห์นี้
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แถลงว่า ก.ล.ต.พร้อมรองรับกับการชุมนุมของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ที่มีการประกาศปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.นี้ โดยได้ตรวจสอบสถานะการเงินหรือทดสอบความแข็งแกร่งของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ต่อเนื่องทุกวันนับตั้งแต่ต้นปีนี้ พบว่ายังมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
ทั้งนี้ ได้ทดสอบในกรณีที่ตลาดหุ้นตกอย่างรุนแรงในระดับ 515% ติดต่อกันระยะเวลา 5 วัน ซึ่งในอดีตยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ยังมีกองทุนทดแทนความเสียหายในระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Clearing Fund) สามารถรองรับสถานการณ์และเปิดให้บริการได้ตามปกติ
ขณะที่การกู้เงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จิ้นโลน) ของลูกค้าอยู่ในระดับต่ำมาก ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีหลักทรัพย์หนุนหลังที่มีคุณภาพดีทั้งสิ้น จากเกณฑ์มาร์จิ้นโลนที่กำหนดให้ซื้อได้เฉพาะหลักทรัพย์คุณภาพดี ซึ่งไม่น่าจะมีผลกระทบจากปัญหาการบังคับขายหุ้น (Force Selling) ด้านกองทุนรวมที่การ ไถ่ถอนหน่วยลงทุนยังเป็นอัตราที่ปกติ เพราะเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งบางช่วงที่ดัชนีปรับลงแรงก็เห็นแรงซื้อเข้ามาลงทุน
นอกจากนั้น ยังมีการหารือภายใน รวมถึงซ้อมแผนในการรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน และติดตามสถานการณ์ตามแผนงานการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถให้บริการต่างๆ ได้ต่อเนื่อง รวมถึงได้หารือผู้ที่เกี่ยวข้องในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
“ก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ฯ มีระบบกลไกป้องกันความเสี่ยงพร้อมอยู่แล้ว มีมาตรการหยุดการซื้อขายชั่วคราวหาก หุ้นปรับตัวลดลง 10% และทุกฝ่ายมี แผน BCP พร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สามารถให้บริการได้แม้หุ้นตกแรง โบรกเกอร์กับ บลจ. ปัจจุบันมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง เพราะตอนนี้ภาพรวมโบรกเกอร์มีการดำรงเงินกองทุนสภาพคล่อง (NCR) มากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้อยู่หลายเท่า” นายวรพล กล่าว
สำหรับการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ที่มียอดสูงถึงประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยตลาดทุนไทยสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี และ ก.ล.ต.ยังมีช่องทางให้นักลงทุนทุกกลุ่มสามารถติดต่อเข้ามาได้ตลอดเวลา
นายธีรเดช สินธพเรืองชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้างขายทอง ทองใบเยาวราช (1988) กล่าวว่า อีก 12 วันนี้ ทางสมาคมผู้ค้าทองคำน่าจะมีการเรียกประชุมเพื่อหารือเรื่องมาตรการรองรับการปิดกรุงเทพฯ โดยร้านทองทองใบเยาวราชมีสาขาที่อยู่ในบริเวณใกล้พื้นที่ชุมนุมประมาณ 5 แห่ง เบื้องต้นคงต้องประเมินตามสถานการณ์ว่าจะปิดหรือไม่ ซึ่งหาก จะปิดร้านทองก็ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือ พนักงานและลูกค้าไม่สามารถเดินทางเข้ามาที่ร้านได้ หรือมีสถานการณ์ที่รุนแรงเกิดขึ้น
อย่างไรก็ดี ตอนนี้ทางร้านได้เสริมมาตรการเพิ่มความเข้มงวดให้พนักงานช่วยกันดูแลความปลอดภัยภายในร้านกันมากขึ้น โดยยังไม่ถึงระดับที่ต้องเพิ่มคนเข้ามาช่วยดูแลความปลอดภัยเพิ่ม







