
ระวังภาคบริการเสี่ยงสมองไหลสูง
เออีซีแห่ชิงคนไทยมีจุดแข็งในเรื่องนี้หันใช้อบรมดันยอด
เออีซีแห่ชิงคนไทยมีจุดแข็งในเรื่องนี้หันใช้อบรมดันยอด
บริษัทพัฒนาบุคคลชี้ธุรกิจบริการระวังสมองไหลสูง ขณะองค์กรแห่ใช้บริการหวังช่วยกระตุ้นยอด
นายมานะ โลหเตปานนท์ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เฮย์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจบริการต้องระวังปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่อาจหนักขึ้นจากการแย่งตัวกันเองกับประเทศอื่นในอาเซียน เนื่องจากทุกประเภทต้องเตรียมพร้อมรับมือประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งไทยมีจุดแข็งมากเรื่องบุคลากรภาคบริการที่มีคุณภาพ ทำให้ตลาดต้องการตัวสูง
ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจบริการสุขภาพต้องระวังปัญหานี้มากที่สุด เพราะนอกจากอาจถูกดึงตัวบุคลากรไปทำงานประเทศในอาเซียน ยังอาจถูกบริษัทต่างชาติที่มีแผนมาลงทุนทำธุรกิจในไทยดึงตัวเช่นกัน รองลงมาคือธุรกิจสถาบันการเงิน แต่แม้ธุรกิจบริการจะมีความเสี่ยงเรื่องถูกแย่งตัวบุคลากรสูง ก็มีโอกาสไปลงทุนในอาเซียนสูงเช่นกัน โดยธุรกิจบริการก็เริ่มตื่นตัวกับปัญหานี้แล้ว สะท้อนจากแนวโน้มกลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการมาใช้บริการบริษัท เฮย์ กรุ๊ป มากขึ้น
น.ส.สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มงานที่มีแนวโน้มแย่งตัวบุคลากรสูง ได้แก่ พนักงานขาย ผู้บริหารระดับสูงในงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ที่มีความสามารถเฉพาะทางมากๆ ในระบบต่างๆ พนักงานด้านการเงินและบัญชีที่มีเกณฑ์การแย่งตัวบุคลากรสูงถึง 30% ในตลาดแรงงาน เพราะบัณฑิตจบใหม่สายนี้มีน้อย คนที่มีประสบการณ์แล้วก็ไม่เพียงพอความต้องการ กลุ่มวิศวกรที่ใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมากๆ เช่น กลุ่มพลังงานและก๊าซ และกลุ่มโลจิสติกส์ เกิดการแย่งตัวบุคลากรที่มีความสัมพันธ์กับคู่ค้าสูง
แนวทางการรับมือที่บริษัทต้องทำคือ ต้องทำความเข้าใจพนักงานมากขึ้น มีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับเดียวกับตลาด ไม่ใช่เพียงรายได้ แต่รวมถึงสวัสดิการอื่นที่น่าสนใจด้วย เช่น โบนัส คอมมิชชั่น ประกันชีวิต และประกันสุขภาพ นอกจากนี้ต้องวางโครงสร้างองค์กรให้พนักงานเห็นโอกาสการเติบโต คัดเลือกบุคลากรที่มีทัศนคติที่ดีกับองค์กรด้วยไม่ใช่เก่งอย่างเดียว รวมทั้งควรเปิดกว้างรับพนักงานมากขึ้น ไม่ได้พิจารณาเฉพาะผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงติดอันดับ 110 ของประเทศเท่านั้น
นายทายาท ศรีปลั่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ ไนล์ ผู้ให้บริการที่ปรึกษาพัฒนาทรัพยากรบุคคล กล่าวว่า ผลกระทบเหตุการณ์การเมืองและเศรษฐกิจไม่แน่นอน ทำให้องค์กรตื่นตัวใช้บริการบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการกระตุ้นยอดขายมากขึ้น เช่น การปรับโครงสร้างทีมงานขายรูปแบบใหม่ ฝึกอบรมเทคนิคใหม่ในการขายสินค้าในภาวะเศรษฐกิจไม่ดี รวมทั้งใช้กลยุทธ์ให้ผลประโยชน์จูงใจ (อินเซนทีฟ) พนักงานที่ขายสินค้า ไปจนถึงลูกค้า ที่สั่งซื้อสินค้ามากขึ้น โดยมอบเงื่อนไขยืดระยะเวลาการจ่ายเงินให้นานขึ้น เพื่อจูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าเพิ่ม
"บริษัทให้บริการด้านที่ปรึกษา ที่ชำนาญด้านการกระตุ้นยอดขาย การสร้างทีมงาน สร้างโครงสร้างองค์กรเกี่ยวกับการขาย การวางแผนให้อินเซนทีฟกับหน่วยงานสนับสนุนการขาย การทำดัชนีชี้วัดต้นทุนกับผลกำไร ต่างจากบริษัทที่ปรึกษารายอื่น ปีหน้าคาดว่ารายได้จะเพิ่มเท่าตัวจากปีนี้ จากความสนใจใช้บริการกระตุ้นยอดขายเป็นหลัก" นายทายาท กล่าว







