สิ่งทอยิ้มตลาดโลกฟื้น ดันยอดเติบโต10%
อุตสาหกรรมสิ่งทอ ใจชื้น เศรษฐกิจโลกฟื้น อานิสงส์บาทอ่อน ดันยอดเติบโต 10%
อุตสาหกรรมสิ่งทอ ใจชื้น เศรษฐกิจโลกฟื้น อานิสงส์บาทอ่อน ดันยอดเติบโต 10%
นายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในปี 2557 คาดว่าการส่งออกสิ่งทอจะเติบโต 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ผ่านมา หรือ มีมูลค่าการส่งออกประมาณ 4,600 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่กลับมาฟื้นตัว รวมทั้งประเทศจีนได้ประกาศนโยบายประกันราคาฝ้ายต่อเนื่องจากปีก่อน ทำให้ราคาสิ่งทอในตลาดโลกสูงขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยด้านค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีคำสั่งผลิตสินค้า (ออร์เดอร์) จากต่างประเทศเข้ามาในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะจากประเทศญี่ปุ่นทั้งนี้ มองว่าค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะส่งผลดีต่อผู้ส่งออกไทยในทุกกลุ่ม รวมถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอ และผู้ผลิตสินค้าขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผลิตสินค้าส่งออกและเป็นฐานการผลิตสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมอื่นๆ จะทำให้มีรายได้สูงขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยระยะยาว
“ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมาที่ระดับ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลดีต่อการส่งออกสิ่งทอของไทย เพราะในช่วงต้นปีค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก กระทบต่อเอกชนไทยที่ส่งออก โดยหากเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง การส่งออกในปีก่อนอาจจะเติบโตมากกว่าตัวเลขดังกล่าว” นายสมศักดิ์ กล่าว
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอได้ปรับแผนธุรกิจใหม่ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีการผลิต ด้วยการมุ่งลดต้นทุนภายใน ส่งผลดีให้ผู้ผลิตสามารถลดต้นทุนได้เพิ่มขึ้น ทำให้การใช้แรงงานลดลงในระยะยาวหลังจากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นโยบายปรับขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการบางรายได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจด้วยการมุ่งผลิตสินค้าให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีสูงขึ้น รวมทั้งได้ขยายตลาดใหม่ไปในกลุ่มประเทศแอฟริกา เพราะมีขนาดใหญ่และเศรษฐกิจกำลังขยายตัว จากปัจจุบันตลาดส่งออกหลักของไทยอยู่ในประเทศสหรัฐ กลุ่มยุโรป และประเทศญี่ปุ่น
สำหรับภาพรวมการส่งออกสิ่งทอของไทยในปี 2556 มีมูลค่าประมาณ 4,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 10% หรือ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ เพราะตลาดส่งออกขยายตัวได้ดี และได้รับผลดีจากค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงในช่วงปลายปี ส่งผลดีต่อการส่งออก หลังจากในช่วงต้นปี ค่าเงินบาทที่มีทิศทางแข็งค่าขึ้นมาก
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคเอกชนอยากให้รัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศดำเนินการคือ การควบคุมดูแลไม่ให้เกิดปัญหาคอร์รัปชั่นในประเทศ เพราะส่งผลกระทบภาคธุรกิจและเอกชนมากที่สุดในช่วงที่ผ่านมา และเป็นนโยบายที่ภาคธุรกิจต้องการเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด ซึ่งจะส่งผลต่อประเทศไทยในระยะยาว


