posttoday
ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม

ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม

08 มกราคม 2557

เมื่อเดือน ก.ย. 2556 อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง มี แนวคิดที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ “สินค้าแบรนด์เนม” จากร้อยละ 30 เหลือ ร้อยละ 5 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยมากขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอย หรือสวรรค์ของนักช็อป “ช็อปปิ้งพาราไดซ์” เหมือน ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ นำรายได้เข้าประเทศ การลดภาษีจะทำให้คนไทยหันมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมในประเทศแทนการซื้อจากต่างประเทศ รัฐจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มและนิติบุคคลมาชดเชย

เมื่อเดือน ก.ย. 2556 อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง มี แนวคิดที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ “สินค้าแบรนด์เนม” จากร้อยละ 30 เหลือ ร้อยละ 5 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยมากขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจับจ่ายใช้สอย หรือสวรรค์ของนักช็อป “ช็อปปิ้งพาราไดซ์” เหมือน ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ นำรายได้เข้าประเทศ การลดภาษีจะทำให้คนไทยหันมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมในประเทศแทนการซื้อจากต่างประเทศ รัฐจะมีรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มและนิติบุคคลมาชดเชย

นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่า การลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย คงได้ประโยชน์กับธุรกิจค้าปลีก การท่องเที่ยวบางส่วน และคนที่ใช้สินค้าแบรนด์เนม ผลประโยชน์ไม่ได้กระจายออกไปในวงกว้าง เป็นการสร้างความไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภคโดยส่วนรวม

หลายคนอาจตั้งคำถามทำไมไม่ช่วยสินค้าไทย ทั้งที่มีสินค้าแบรนด์เนมไทยไปทำชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับหลายประเทศทั่วโลก สินค้าโอท็อปก็สร้างชื่อเสียงและได้รับความนิยมเช่นกัน ทั้งกลุ่มผ้าไหม เครื่องหนัง หัตถกรรม สินค้ากลุ่มสปา มียอดสั่งซื้อจากนานาประเทศ มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำในต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งชาชื่อดังระดับโลกของฝรั่งเศสอย่าง Mariage Fr่res (มาลิยาจ แฟรส์) ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ

การลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศย่อมกระทบต่อ ผู้ประกอบการไทย ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพราะรัฐบาลไม่ได้ลดภาษีให้ผู้ประกอบการไทย สินค้าไทยจึงต้องลดราคาสินค้าลง เพื่อต่อสู้กับสินค้าฟุ่มเฟือยที่นำเข้าจากต่างประเทศ ขณะที่คนไทยจะหันไปอุดหนุนสินค้าแบรนด์เนมต่างประเทศ เนื่องจากราคาถูกลง และยังเป็นการเสริมสร้างรสนิยมฟุ้งเฟ้อ (ใหม่) ให้แก่กลุ่มเยาวชนบางกลุ่ม หรือกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้ไม่เทียมเท่ารสนิยม อาจเกิดปัญหาหนี้สินบัตรเครดิต ตรงกันข้ามกับญี่ปุ่น ที่ครั้งหนึ่งเคยประสบปัญหาเศรษฐกิจอย่างมาก รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายให้คนญี่ปุ่นหันมานิยมใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ ทำให้สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจได้

รัฐบาลควรเน้นไปที่นโยบายให้การส่งเสริมสินค้าไทยที่ต่างประเทศยอมรับ และให้การส่งเสริม รวมถึงสนับสนุนประชาสัมพันธ์สินค้าไทยตัวใหม่ๆ อย่างจริงจัง ปลูกฝังเยาวชนรุ่นใหม่ให้นิยมสินค้าไทย ภูมิใจในความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้าไทย ตลอดจนลดต้นทุนการส่งออก เพื่อไปตีตลาดในต่างประเทศได้ ทำให้มีรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น

รัฐบาลไม่ควรลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม โดยอ้างว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวมาไทยมากขึ้น นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนในไทย ทุกคนต้องการ กลับบ้านไปด้วยความสุข รัฐบาลจึงควรพิจารณานโยบายที่ให้ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน แก่นักท่องเที่ยว ไม่ต้องผจญภัยกับไกด์ผี มิจฉาชีพที่คอยหลอกลวง ปราบปรามเซ็กซ์โชว์ การใช้แรงงานเด็กให้ออกมาเร่ขายพวงมาลัย

ยุคนี้เป็นยุคการติดต่อสื่อสารทำได้เร็วขึ้น หากนักท่องเที่ยวที่ไม่ประทับใจ ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายโซเซียลมีเดียเพียงเสี้ยวนาที คนทั่วโลกก็คลิกดูคำวิพากษ์วิจารณ์สยามเมืองยิ้มได้ รัฐบาลไทยควรให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวอย่างสุขกาย สบายใจ เพื่อที่กลับไปประเทศของตน จะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับไทยไปในตัว จะได้มีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท