
"เศรษฐา"ลั่น แสนสิริ 3 ปีเติบโตท่ามกลางวิกฤต
(โชคชัย สีนิลแท้)
(โชคชัย สีนิลแท้)
แสนสิริถือเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกๆ ที่ได้ประกาศแผนธุรกิจตั้งแต่ต้นปี 2557 โดยปรับแผนให้สอดคล้องกับความผันผวนที่จะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่กำลังคุกรุ่น
เศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ กล่าวว่า ในปีนี้เป็นปีที่บริษัทครบรอบ 30 ปี แต่เป็นอีกปีที่ต้องเผชิญปัจจัยลบ โดยเฉพาะจากความไม่สงบทางการเมืองทำให้ต้องปรับตัวเพื่อรับมือ จากปี 2556 ที่เปิดถึง 48 โครงการ มูลค่ากว่า 6.1 หมื่นล้านบาท และวางเป้ายอดขายไว้ 4.8 หมื่นล้านบาท แต่สามารถทำได้จริง 4.22 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้ช่วง 9 เดือนแรกปีก่อน (ม.ค.-ต.ค.) จำนวน 2 หมื่นล้านบาท โดยเน้นเปิดโครงการในจังหวัดหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรอง รวมไปถึงกลับมาเปิดบ้านเดี่ยวระดับหรู และเดินหน้าระบบก่อสร้างสำเร็จรูปพรีคาส์ท เพื่อใช้ในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยระดับกลางล่างมากขึ้น
สำหรับในปี 2557 บริษัทตั้งเป้าเป็นแบรนด์เบอร์ 1 ในใจของลูกค้า ไม่เน้นเปิดโครงการใหม่จำนวนมาก ซึ่งในปีนี้จะเปิดตัว 19 โครงการ ประกอบด้วย โครงการคอนโดมิเนียม 9 โครงการ บ้านเดี่ยว 8 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯปริมณฑล 89% อีก 11% อยู่ในต่างจังหวัด มูลค่าโครงการรวม 3.3 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการที่มีการซื้อที่ดินเพื่อรอการพัฒนาแล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ไว้ 3.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปีที่ผ่านมามียอดขายที่รอรับรู้รายได้แล้วกว่า 6.3 หมื่นล้านบาท เริ่มทยอยรับรู้ในปีนี้แล้ว 2.2 หมื่นล้านบาท เหลืออีกกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ที่จะรับรู้ภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จ คือ การรักษายอดขายในตลาดต่างจังหวัดจากก่อนหน้านี้ได้ทำตลาดใน จ.ภูเก็ต เชียงใหม่ เขาใหญ่ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และสุราษฎร์ธานี โดยได้ศึกษาตลาดใหม่อีก 9 ทำเล ได้แก่ จ.พิษณุโลก นครสวรรค์ นครศรีธรรมราช อุบลราชธานี สมุย หนองคาย สุรินทร์ กาญจนบุรี และศรีราชา เป็นต้น
พร้อมกันนี้ยังได้เดินหน้าธุรกิจใหม่ๆ ที่จะสร้างรายได้ระยะยาว เช่นการเปิดตัวเนเบอร์ฮูด มอลล์ สุขุมวิท 77 และแสนสิริ โฮเต็ล คอลเลคชั่น ภายใต้แบรนด์ เอสเคป ที่หัวหิน และเขาใหญ่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่ซื้อคอนโดตากอากาศมาปล่อยเช่าในรูปแบบโรงแรม
ขณะเดียวกัน ยังรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้วยการเดินหน้าโรงงานพรีคาสท์ เฟส 2 ที่ จ.ปทุมธานี เริ่มดำเนินการผลิต ธ.ค. 2556 ผลิตชิ้นงานพื้น คาน บันได และชิ้นงานตกแต่ง ผนังสำหรับโครงการคอนโดจากโรงงานเฟสแรกที่เริ่มผลิตเดือน มี.ค. 2555 มีกำลังการผลิตที่อยู่อาศัยแนวราบ 150 หลังต่อเดือน หรือขนาด 5.2 หมื่นตารางเมตร ใช้เวลาก่อสร้างบ้านหนึ่งหลัง เฉลี่ย 75-90 วัน
นอกจากนี้ ปัญหาจากการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ ที่ส่งผลกระทบกับแผนพัฒนาโครงการโดยเฉพาะคอนโด ทำให้ต่อไปโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวต้องผ่านการขออนุญาตอีไอเอ รวมไปถึงจะไม่เน้นการซื้อที่ดินไว้นานเกิน 3 ปี ส่วนใหญ่จะพัฒนาทันที
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจนั้นยังมีปัจจัยบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลง 25 สตางค์ ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่จะลดลงอีกทำให้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ลดลงตาม ซึ่งจะเอื้อต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เอื้อต่อภาคการส่งออก เพราะภาคการส่งออกของเราต้องพึ่งการส่งออกถึง 70% โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาที่ไตรมาส 3 ปี 2556 เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวร้อยละ 3.3%
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ต้องเผชิญ คือ ปัญหาทางการเมืองที่อาจจะก่อให้เกิดความรุนแรง อาจจะส่งผลกระทบกับตลาดท่องเที่ยว รวมไปถึงตลาดเช่า ซึ่งประเมินว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเติบโต 35% นั้นต้องดูพิจารณาจากปัจจัยดังกล่าวเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัญหาจากหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะได้รับความนิยมจะเป็นบ้านแนวราบระดับกลางล่าง ขณะที่บ้านราคาแพงนั้นจะเป็นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ
นี่คือวิชั่นของแสนสิริ หากปัญหาการเมืองร้อนแรงก็พร้อมจะเปิดโครงการลดลง แต่หากสถานการณ์พลิกกลับเป็นบวก อาจจะเปิดตัวเพิ่มขึ้นกว่าเป้าที่วางไว้ ยืดหยุ่นสอดรับทุกสถานการณ์







