
ตัวแทนต่างชาติ 1,940 คนยกเลิกสัมมนาในไทย
ตัวแทนต่างชาติ 1,940 คน ยกเลิกเข้าร่วมงานสัมมนานักขายแห่งเอเชีย-แปซิฟิค ครั้งที่ 12 หวั่นไม่ปลอดภัย
ตัวแทนต่างชาติ 1,940 คน ยกเลิกเข้าร่วมงานสัมมนานักขายแห่งเอเชีย-แปซิฟิค ครั้งที่ 12 หวั่นไม่ปลอดภัย
นายบรรยง วิทยวีรศักดิ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน เปิดเผยว่า งานสัมมนานักขายแห่งเอเชีย-แปซิฟิค ครั้งที่ 12 ที่จัดขึ้นแล้วตั้งแต่วันที่ 5 พ.ค.และจะสิ้นสุดลงในวันที่ 7 พ.ค.นี้ ปรากฎว่าตัวแทนจากต่างประเทศยกเลิกเข้าร่วมสัมมนา 1,940 คน จากเดิมที่คาดว่าจะยกเลิก 500 คน จากที่มีการลงทะเบียนและชำระเงินเรียบร้ยอแล้ว 2,300 คน เหลือตัวแทนต่างชาติเข้าร่วมงานสัมมนาเพียง 360 คน เท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลต่างประเทศมีการห้ามประชาชนเดินทางเข้าประเทศไทยเพราะไม่ปลอดภัย
“ เขาพยายามเจรจาให้ทางสมาคมฯคืนเงิน เนื่องจากไม่ใช่ความผิดของเขา แต่เราคืนเงินไม่ได้ เพราะเรายังจัดสัมมนาอยู่ และเราใช้มาตรฐานเดียวกับที่ทางฮ่องกงเคยจัด ซึ่งครั้งนั้นมีพายุเข้า แต่ทางฮ่องกงไม่คืนเงิน เพราะถือว่าเขาไม่ได้ยกเลิกการจัดงาน และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย ”นายบรรยง กล่าว
นายบรรยง เปิดเผยว่า สมาคมฯมีค่าใช้จ่ายในการจัดงามสัมมนาครั้งนี้กว่า 30 ล้านบาท เฉพาะค่าสถานที่ 5 ล้านบาท ค่าเวที แสง เสียง 5 ล้านบาท และ ค่าวิทยากร รวมถึงรายจ่ายอื่นๆ อีก โดยสมาคมฯจะจัดทำซีดีที่วิทยากรบรรยายให้กับตัวแทนต่างชาติที่ไม่ได้เข้าร่วมงานเพื่อเป็นการชดเชย ซึ่งหากทางสมาคมฯมีการคืนเงินให้กับผู้ที่ยกเลิกเข้าสัมมนาฯจะทำให้ขาดทุนร่วม 10 ล้านบาท
“ขณะนี้ประเทศไทยในสายตาต่างชาติไม่ดีเลย หลายคนบอกว่าถ้ามีงานสัมมนาในไทย จะไม่เข้าร่วม ซึ่งเดิมเราคาดว่าจะมีเงินเข้าประเทศไทยจากการจัดสัมมนาครั้งนี้ 90 ล้านบาท เพราะโดยเฉลี่ยถ้าเขาเข้ามา 2,300 คน จะนำครอบครัวมาด้วยทั้งหมดจะประมาณ 3,000 คน แต่ละคนจะใช้จ่ายในช่วง 3 วัน คนละ 3 หมื่นบาท นี้เหลือแค่ 360 คนเท่านั้น”นายบรรยง กล่าว
นายบรรยง เปิดเผยว่า สำหรับตัวแทนไทย มีการลงทะเบียนและชำระเงิน 4,800 คน เข้าร่วมงาน 4,300 คน ถือว่าเข้าร่วมงานถึง 90% ที่ไม่เข้าร่วมงานเนื่องจากอยู่ไกล การเดินทางเข้ากรุงเทพอาจไม่สะดวก
สำหรับ หัวข้อสัมมนาหลักในปีนี้ ได้เพิ่มระดับความเข้มข้นของความเป็นมืออาชีพขึ้นอีก ด้วยการปรับเปลี่ยนตัวเองไปสู่การเรียนรู้เรื่องการเงิน การลงทุน และอื่นๆ นอกเหนือจากเรื่องการประกันชีวิต เพื่อผันตัวเองไปเป็นที่ปรึกษาการเงิน หรือไฟแนนเชียล แอ็ดไวเซอร์ เพื่อปรับตัวให้ทันกับความต้องการของประชาชน ที่ต้องการวางแผนทางการเงินให้ครอบคลุมทุกด้าน







