posttoday
ความสำคัญของอัตราการจ่ายเงินปันผล(Dividend Payout Ratio)

ความสำคัญของอัตราการจ่ายเงินปันผล(Dividend Payout Ratio)

07 มกราคม 2557

คุณเคยสงสัยไหมว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลนั้น สามารถบอกอะไรกับนักลงทุนได้บ้าง อัตราส่วนนี้สามารถช่วยนักลงทุนในการเลือกซื้อหุ้นได้อย่างไร แล้วทำไมอัตราส่วนนี้ถึงเป็นอัตราส่วนที่สำคัญที่นักลงทุนควรที่จะใส่ใจ บทความนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าใจถึงความหมายของอัตราการจ่ายเงินปันผล รวมไปถึงการตีความจากตัวเลขของอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

คุณเคยสงสัยไหมว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลนั้น สามารถบอกอะไรกับนักลงทุนได้บ้าง อัตราส่วนนี้สามารถช่วยนักลงทุนในการเลือกซื้อหุ้นได้อย่างไร แล้วทำไมอัตราส่วนนี้ถึงเป็นอัตราส่วนที่สำคัญที่นักลงทุนควรที่จะใส่ใจ บทความนี้จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าใจถึงความหมายของอัตราการจ่ายเงินปันผล รวมไปถึงการตีความจากตัวเลขของอัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัท

อัตราการจ่ายเงินปันผลนั้นบอกอะไรกับนักลงทุน? อัตราการจ่าย เงินปันผลบอกถึงนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทว่าบริษัทนั้นมีนโยบายจ่ายปันผลเท่าใด ตัวอย่างเช่น บริษัท A มีกำไรอยู่ที่ 2 บาท ขณะเดียวกันนักลงทุนได้รับเงินปันผลจากบริษัทเป็นจำนวนเงิน 1 บาท นั่นหมายความว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลของบริษัทนั้นอยู่ที่ 50% โดยสูตรคำนวณจาก อัตราการจ่ายเงินปันผล = เงินปันผลต่อหุ้น/กำไรสุทธิ ต่อหุ้น

อัตราการจ่ายเงินปันผลสามารถใช้เป็นปัจจัยที่ช่วยในการตัดสินใจในการซื้อหุ้นปันผลได้อย่างไร? นักลงทุนสามารถนำมูลค่าของอัตราส่วนการจ่ายเงินปันผลที่คำนวณได้เป็นส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) สำหรับเงินปันผลที่นักลงทุนควรที่จะได้รับในกรณีที่กำไรสุทธิของบริษัทนั้นลดลง

ตัวอย่างเช่น บริษัท A ที่มีกำไรสุทธิของบริษัทอยู่ที่ 2 บาท และมีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 50% เงินปันผลที่นักลงทุนควรจะได้รับนั้นจะอยู่ที่ 1 บาท (โดยคิดจากกำไรสุทธิ 2 บาท คูณด้วย 50%) ถ้าเกิดว่าปีนั้นกำไรสุทธิของบริษัท A ลดลงมาอยู่ที่ 1 บาท (ลดลงมา 50%) นั่นหมายความว่า กำไรสุทธิ 1 บาทนั้นก็ยังคงเพียงพอสำหรับบริษัทที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนที่ 1 บาท (ถ้ากำไรสุทธิของบริษัทลดลงมากกว่า 1 บาท หรือ 50% กำไรสุทธิของบริษัทจะมีไม่เพียงพอที่บริษัทจะจ่ายเงินปันผล)

ทีนี้เราลองมาดูว่า อัตราการจ่ายเงินปันผลนั้น สามารถมองในแง่มุมของส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) กับกำไรสุทธิของบริษัทได้อย่างไร?

ถ้าบริษัท A มีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 80% ในขณะเดียวกัน กำไรสุทธิของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 1.6 บาท (ลดลง 20% จาก 2 บาท) บริษัท A ยังคงมีกำไรสุทธิเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนที่ 1.6 บาท (คิดจากกำไรสุทธิ 2 บาท คูณด้วยอัตราการจ่ายปันผลที่ 80%) หรือถ้าบริษัท A มีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ 20% ในขณะเดียวกัน กำไรสุทธิของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 0.4 บาท (ลดลง 80% จาก 2 บาท) บริษัท A ยังคงมีกำไรสุทธิเพียงพอที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนที่ 0.4 บาท (คิดจากกำไรสุทธิ 2 บาท คูณด้วยอัตราการจ่ายปันผลที่ 20%)

จากกรณีนี้เราสามารถสรุปได้ว่า การที่เรามองอัตราการจ่ายปันผลของบริษัทเพียงอย่างเดียวนั้น อาจจะยังไม่พอ นักลงทุนเองจะต้องเผื่อความเสี่ยงในกรณีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลาที่กำไรสุทธิของบริษัทลดลง อัตราการจ่ายเงินปันผลสามารถบอกนักลงทุนได้ว่าบริษัทเองจะขาดทุนได้ไม่เกินเท่าไร ก่อนที่กำไรของบริษัทนั้นจะไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้น

ทีนี้มาถึงประเด็นสำคัญว่า ตัวเลขอัตราการจ่ายเงินปันผลเท่าไรจึงจะเหมาะสม? โชคไม่ดีนักที่เราไม่สามารถหาตัวเลขอัตราการจ่ายเงินปันผลที่เหมาะสม และสามารถนำไปปรับใช้ในทุกๆ สถานการณ์ได้ แต่แน่นอนที่สุดตัวเลขอัตราการจ่ายเงินปันผลที่นักลงทุนไม่อยากเห็น นั่นก็คือ ตัวเลขอัตราการจ่ายเงินปันผลที่มากกว่า 100% (หรือบริษัทมีกำไรไม่พอที่จะจ่ายปันผล) เมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น นักลงทุนจะต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมทั้งในส่วนของธุรกิจของบริษัทเอง นโยบายการจ่ายเงินปันผล สถานะทางการเงินของบริษัท รวมไปถึงวัฏจักรของธุรกิจว่ากำไรของบริษัทนั้นมีผลอย่างไร เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

ตัวอย่างเช่น บริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร เครื่องดื่ม สาธารณูปโภค หรือสื่อสารเครือข่ายคมนาคม บริษัทกลุ่มนี้ส่วนมากมีรายได้ เงินสด และกำไร ที่ค่อนข้างแน่นอน จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะเห็นบริษัทกลุ่มนี้มีอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ที่ระหว่าง 4050% เหตุผลก็คือ บริษัทเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บเงินสดไว้ใช้เพื่อการลงทุน แต่ในขณะเดียวกัน การเติบโตของบริษัทในกลุ่มนี้ก็ไม่มากเช่นเดียวกัน

ในทางกลับกันบริษัทที่อยู่ในกลุ่มโรงกลั่น ซึ่งมีโอกาสที่จะขาดทุนได้สูงมากในช่วงของจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจ อัตราการจ่ายเงินปันผลเพียงแค่ 20% ก็อาจจะไม่แน่ว่ากำไรของบริษัทจะเพียงพอที่จะจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเสมอไป

ฉะนั้นแล้วนักลงทุนเองควรที่จะมองในส่วนของอัตราการจ่ายเงินปันผลควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมของธุรกิจนั้นด้วยว่าสอดคล้องกันหรือไม่ก่อนตัดสินใจลงทุน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท