
SOLARปักธงผู้ผลิตต้นน้ำ
ช่วยลดต้นทุนการผลิตดันมาร์จิ้นสูงขึ้นรายได้ปีนี้โตพุ่ง30%หนีการเมืองลุยเออีซี
ช่วยลดต้นทุนการผลิตดันมาร์จิ้นสูงขึ้นรายได้ปีนี้โตพุ่ง30%หนีการเมืองลุยเออีซี
“โซลาร์ตรอน” ปักธง ผู้ผลิตต้นน้ำครบวงจร ลดต้นทุน หวังขยับอัตรากำไรสูงขึ้น ลุยอาเซียนหนีการเมือง
นางปัทมา วงษ์ถ้วยทอง ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน (SOLAR) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนระยะยาวภายใน 10 ปีข้างหน้าจะเป็นผู้ผลิตครบวงจร โดยการทำต้นน้ำขึ้นไปตามลำดับ ซึ่งมีเป้าหมายเป็นผู้ผลิตและถลุงควอชที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งประเทศไทยมีวัตถุดิบชนิดนี้สามารถรองรับได้ โดยควอชเป็นธาตุที่มีมากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากออกซิเจน มีอยู่ตามภูเขา เปลือกหิน และเปลี่ยนการถลุงควอชทางเคมีมาเป็นฟิสิกส์ ลงทุนไม่ มากระดับพันล้านบาท น้อยกว่าการผลิตทางเคมีที่ลงทุนเป็นหมื่นล้านบาท
การที่บริษัทดำเนินธุรกิจต้นน้ำ ทำให้แผงโซลาร์เซลล์มีต้นทุนที่ถูกลง 10% ของทุกขั้นตอนการผลิตที่คุณภาพเดียว กัน และมีอัตรากำไรสุทธิ (เน็ตมาร์จิ้น) สูงขึ้น จากปัจจุบัน 10% เพิ่มขึ้นเป็น 1215%
สำหรับแผนงานปีนี้ตั้งเป้ารายได้ขยายตัว 30% จากปี 2556 จากการขยายฐานลูกค้าภายในประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนงานออกแบบก่อสร้างโซลาร์ฟาร์มและการขยายไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น คาดว่าสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากเดิม 10%
นอกจากนั้น โรงงานผลิตแผ่นเซลล์และแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดกำลังการผลิต 70 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายได้แล้ว เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจอาเซียนและการตั้งกำแพงภาษีแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ผลิตจากประเทศจีนและในอนาคตจะสามารถเพิ่มไลน์การผลิตเพิ่มอีก 1 ไลน์ได้ทันที ซึ่งปัจจุบันมีการเตรียมพื้นที่เอาไว้แล้ว
นอกจากนี้ ปี 2557 ที่โรงงานผลิตแผงเซลล์ ผลิตเต็มกำลัง ยอดขายแผงโซลาร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่าตัว ซึ่งมูลค่าของโรงงานผลิตเป็นทั้งผู้รับจ้างผลิตโซลาร์ฟาร์ม ผลิตไฟฟ้าตามคำสั่งลูกค้า และเป็นผู้ผลิตแผงเซลล์ขายปลีกและส่งออกไปต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน สัดส่วนการส่งออกในอาเซียนคิดเป็น 50% ของรายได้และขายในประเทศ 50%
ทั้งนี้ ช่วงปลายปี 2556 ที่ผ่านมา SOLAR ประสบความสำเร็จในการเปิดโรงงานผลิตแผงเซลล์ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีกำลังการผลิต 2 โรง โรงละ 140 เมกะวัตต์ต่อปี ส่งผลให้สินค้า ของโซลาร์ตรอนมีคุณภาพและราคาถูก สามารถทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศไทยและแข่งขันกับประเทศจีนได้
ก่อนหน้านี้ SOLAR นำเข้าเทคโนโลยีจากเยอรมนีมีความทันสมัยกว่าจีน แต่ก็ไม่ได้ตัดสัมพันธ์กับจีน โดยมีจีนเป็นพันธมิตรผลิตเวเฟอร์ (ซึ่งเป็นวัตถุดิบต้นน้ำในการผลิตแผงเซลล์) ทำให้แผงโซลาร์เซลล์ของโซลาร์ตรอนมีคุณภาพและราคาถูกเทียบกับการนำเข้าจากต่างประเทศ ระยะยาวอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนจากแดดจะเป็นธุรกิจที่ใหญ่มาก
นางปัทมา กล่าวว่า ธุรกิจของโซลาร์ ตรอนเป็นธุรกิจที่แยกจากตัวเองได้ ถือเป็น ผู้ผลิตพลังงานแห่งเดียวในประเทศไทย ที่พึ่งพาตัวเองได้ไม่มีที่สิ้นสุด สู้ด้วยเทคโน โลยีเพื่อสร้างมูลค่าสินค้า เชื่อว่าต่อไปเทค โนโลยีการเก็บแสงแดดในแบตเตอรี่กำลังเป็นที่นิยมในต่างประเทศ โดยเฉพาะการใช้โซลาร์เซลล์ในรถยนต์ ซึ่งบริษัทนำมาเสริมกับธุรกิจรถยนต์ได้
ภายใน 2 ปีข้างหน้า บริษัทจะผลิตแผ่นเซลล์ 2 หน้า หรือกลาสทูกลาส (ดับเบิลกลาส) เป็นการพิมพ์เซลล์ 2 หน้า เพิ่มประสิทธิภาพแผ่นเซลล์ในการรับและเก็บความร้อนจากแสงอาทิตย์มากขึ้น
“ในปีนี้บริษัทจะเน้นขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยง จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย โดยในช่วงต้นปีจะเริ่มเห็นความชัดเจนในการเข้าไปลงทุนในประเทศกัมพูชา พม่าและอินโดนีเซีย ทั้งนี้ ถือเป็นกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพทางการเติบโต แต่ระบบไฟฟ้ายังไม่ทั่วถึงมีไฟตกไฟดับบ่อยครั้ง” นางปัทมา กล่าว







