
หุ้น 6 ม.ค.ปิดเช้าร่วง 13.07 จุด
ปัจจัยการเมืองยังกดดันหุ้นไทย ปิดภาคเช้าร่วง 13.07 จุด ซื้อขายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ปัจจัยการเมืองยังกดดันหุ้นไทย ปิดภาคเช้าร่วง 13.07 จุด ซื้อขายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท
ตลาดหุ้นวันที่ 6 ม.ค. ร่วงแรง แกว่งตัวในแดนลบตลอดช่วงการซื้อขายจนมาปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,211.55 จุด ลดลง 13.07 จุด หรือ -1.07% มูลค่าซื้อขาย 15,760.07 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ม.ค. ดัชนีปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากปัญหาการเมืองเป็นหลัก ที่ยังต้องติดตามหลายประเด็นที่จะมีการเคลื่อนไหวในตลอดสัปดาห์นี้ ได้แก่ การเดินขบวนของกลุ่ม กปปส. ความชัดเจนการชี้มูลความผิดคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณาถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในมาตรา 190
สำหรับ แนวโน้มตลาดหุ้นในภาคบ่ายประเมินว่า ตลาดหุ้นจะแกว่งซึมตัวอยู่ในแดนลบจากปัจจัยกดดันลบเดิมจากประเด็นการเมือง ทั้งนี้ เมื่อดัชนีปรับลงไประดับดัชนีที่ 1,200 จุด จะเริ่มเห็นรับซื้อของนักลงทุนบางส่วนเพราะเป็นระดับราคาที่เริ่มถูก
ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกซื้อหุ้นในที่มีความปลอดภัยธุรกิจมีกำไรและมีความสามารถในการจ่ายปันผลที่บริเวณแนวรับ คือกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ให้กรอบดัชนีประเมินแนวรับ 1,200 จุด แนวต้านที่ 1,230-1,240 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
KBANK มูลค่าซื้อขาย 1,435.37 ล้านบาท ปิดที่ 153.50 บาท เพิ่มขึ้น +1.00 บาท (+1.66%)
ADVANC มูลค่าซื้อขาย 1,046.48 ล้านบาท ปิดที่ 197.50 บาท เพิ่มขึ้น +1.50 บาท(+0.77%)
PTT มูลค่าซื้อขาย 1,018.18 ล้านบาท ปิดที่ 260 บาท ลดลง -8.00 บาท (-2.99%)
SCB มูลค่าซื้อขาย 881.56 ล้านบาท ปิดที่ 135.50 บาท เพิ่มขึ้น +3.00 บาท(+2.26%)
BBL มูลค่าซื้อขาย 858 ล้านบาท ปิดที่ 173.00 บาท เพิ่มขึ้น +2.50 บาท (+1.48%)







