
วอนรัฐหยุดจับแรงงานพม่า
เอ็นจีโอแนะรอมติครม.ใหม่ต่อวีซ่าห่วงช่องว่างกฎหมายกระทบจ้างงาน
เอ็นจีโอแนะรอมติครม.ใหม่ต่อวีซ่าห่วงช่องว่างกฎหมายกระทบจ้างงาน
เอ็นจีโอวอนรัฐระงับจับแรงงานพม่าทำงานครบ 4 ปี รอ ครม.ใหม่ออกมติต่อวีซ่า
นางกาญจนา ดีอุต ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้แรงงานของกลุ่มชาติพันธุ์ (แมพ) เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงแรงงานได้ส่งเรื่องการต่อเอกสารทำงานของแรงงานข้ามชาติชาวพม่าที่เข้ามาทำงานในไทยครบ 4 ปี ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาลงมติให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวสามารถต่อเอกสารทำงานได้ที่จุดวันสต็อปเซอร์วิสบริเวณชายแดน 5 แห่งในฝั่งไทย แต่เนื่องจากรัฐบาลประกาศยุบสภา รักษาการ ครม.ไม่มีอำนาจลงมติ แรงงานกลุ่มดังกล่าวจึงยังไม่มีสิทธิต่อเอกสารและกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จึงต้องการให้ภาครัฐระงับการจับกุมแรงงานกลุ่มนี้ไปก่อน จนกว่าจะมีมติ ครม.ออกมา
“ขณะนี้แรงงานส่วนหนึ่งทำงานอยู่ภายใต้ความกลัว ไม่รู้ว่าจะถูกจับกุมส่งกลับไปเมื่อไร ภาครัฐควรระงับการจับกุมออกไปก่อน หากมีการจับกุมเกิดขึ้นจริง ผู้ประกอบการไทยก็จะได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกัน เพราะขาดแคลนแรงงานในการทำงาน” นางกาญจนา กล่าว
เบื้องต้น มูลนิธิเสนอว่าผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดควรออกประกาศให้ชัดเจน อนุญาตให้แรงงานข้ามชาติในแต่ละพื้นที่สามารถทำงานได้ต่อไปโดยไม่ถูกจับกุม
ทั้งนี้ มูลนิธิต้องการให้มีนโยบายการจัดการแรงงานข้ามชาติระยะยาว เพราะที่ผ่านมานโยบายของภาครัฐมักมีเงื่อนเวลา ควรเปลี่ยนมาบูรณาการนโยบายให้แรงงานข้ามชาติสามารถเข้ามาอยู่อาศัยได้ตามการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของไทย พร้อมทั้งลดอัตราค่าธรรมเนียมด้านเอกสารลง ปัจจุบันแรงงาน 1 คนต้องเสียค่าดำเนินการเอกสารเฉลี่ย 1-2 หมื่นบาท เพื่อเข้ามาทำงานในไทย
ขณะเดียวกัน ต้องเพิ่มสิทธิในการดำเนินการต่างๆ แก่แรงงานข้ามชาติด้วย เพราะที่ผ่านมาสิทธิของแรงงานมักผูกขาดอยู่กับนายจ้างและนายหน้า การดำเนินการเอกสารของลูกจ้างก็ต้องผ่านนายจ้าง การจะเปลี่ยนงานก็ต้องผ่านการอนุมัติจากนายจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ยอมอนุมัติ
ด้าน นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (แอลพีเอ็น) กล่าวว่า แรงงานชาวพม่าที่เข้ามาทำงานครบ 4 ปีทั่วประเทศน่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน หากมีการจับกุมส่งกลับจริงจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจของไทยเองด้วย
“อีกปัญหาหนึ่งที่แรงงานข้ามชาติมีโอกาสพบเจอคือ การข่มขู่เรียกเก็บเงินจากเจ้าหน้าที่รัฐ ช่องว่างระหว่างรอมติ ครม.กลายเป็นเรื่องที่ทำให้แรงงานสุ่มเสี่ยงโดนเอาเปรียบจากความไม่รู้ ว่าตัวเองจะอยู่ในไทยได้ถึงเมื่อไร จึงอยากให้ช่วงนี้เป็นช่วงปลอดการจับกุมจริงๆ” นายสมพงค์ กล่าว







