
ทันสถานการณ์
เลิกชง ครม.เขตไม่หนุนทำนา
เลิกชง ครม.เขตไม่หนุนทำนา
นายยุคล ลิ้มแหลมทอง นายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ ได้ยกเลิกแนวคิดที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ออกประกาศกระทรวงเกษตรฯ เรื่องเขตพื้นที่ปลูกข้าวที่กระทรวงไม่สนับสนุนในการทำนาปรัง เนื่องจากเหลืออีกไม่กี่เดือนจะพ้นฤดูแล้ง อย่างไรก็ตาม จากปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีน้อย จึงกำชับให้กรมชลประทานบริหารน้ำตามแผนการใช้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้น้ำเพียงพอจนสิ้นฤดูแล้งวันที่ 30 เม.ย. 2557
ทั้งนี้ ปีการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2556-30 เม.ย. 2557 กระทรวงเกษตรฯ สามารถสนับสนุนการทำนาปรังได้เพียง 4.7 ล้านไร่ จาก 7 ล้านไร่ ในปี 2555 เนื่องจากปริมาณน้ำในเขื่อนมีน้อย ทำให้เกษตรกรไม่สามารถทำนาปรังได้ประมาณ 3 ล้านไร่ เดิมกระทรวงเกษตรฯ จะทำโครงการส่งเสริมอาชีพอื่น เพื่อให้มีรายได้ช่วงที่ไม่ได้ทำนา แต่เมื่อไม่มี ครม.ก็ไม่สามารถของบกลาง จึงให้กรมส่งเสริมการเกษตรฯ ใช้งบประมาณปี 2557 ไปก่อน ส่วนการออกประกาศกำหนดพื้นที่ไม่สนับสนุนน้ำทำนาจะเสนอ ครม.ชุดใหม่ เพื่อใช้ในฤดูแล้งปีต่อไป โดยประกาศดังกล่าวจะทำให้รัฐไม่ต้องจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ประกาศ กรณีเกิดความเสียหายในการปลูกข้าวที่รัฐไม่สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือ
ระดมสมองปฏิรูประบบเกษตร
นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ สภาเกษตรกรแห่งชาติจะจัดเสวนาสภาปฏิรูปการเกษตรแห่งชาติ โดยเชิญเกษตรกรทุกสาขามาแสดงความเห็น ร่วมกันหาทางออกและความยั่งยืนของภาคเกษตร รวมถึงประเด็นกฎหมายที่เป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญของการพัฒนาภาคเกษตร
ทั้งนี้ ประเด็นที่จะหารือคือ ปัญหาโครงสร้างภาคเกษตร โดยเฉพาะวิธีการทำให้ราคาพืชผลเกษตรมีเสถียรภาพ และประเด็นการสร้างอำนาจต่อรองให้ภาคเกษตรเหมือนเกษตรกรในต่างประเทศที่สามารถตั้งราคาเองได้ รวมทั้งการทำให้เกษตรกรสามารถรวมตัวเป็นสหกรณ์ผู้แปรรูปตั้งแต่ต้นน้ำและส่งออกได้ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้สมาชิก รวมถึงการผลักดัน พ.ร.บ.สวัสดิการของเกษตรกร
กสทช.แจงรายได้ประมูลเข้ากองทุน
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 ม.ค.นี้ กสทช.เตรียมเสนอรายงานผลการประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติทั้ง 4 หมวดหมู่ 24 ใบอนุญาต เมื่อวันที่ 27-28 ธ.ค. ต่อที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) รวมถึงรายได้ทั้งหมดจากการประมูลต้องนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะตามกฎหมาย
หลังจากการประมูลคลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลประเภทบริการทางธุรกิจระดับชาติทั้ง 4 หมวดหมู่ 24 ใบอนุญาต เมื่อวันที่ 27-28 ธ.ค. กสทช.เตรียมเสนอรายงานผลการประมูลต่อที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในวันที่ 6 ม.ค. นี้ ซึ่งรายได้ทั้งหมดจากการประมูลต้องนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะตามกฎหมาย
ทั้งนี้ รายได้จากการประมูลทั้งหมด 50,862 ล้านบาท ขอชี้แจงว่าไม่ใช่เงินรายได้ของสำนักงาน โดยสำนักงานจะต้องส่งเข้ากองทุนฯ เพื่อประโยชน์สาธารณะตามมาตรา 53 42 และ 41 วรรค 6 ของ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ซึ่งจะมีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มาจากผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ โดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยประธานและเลขาธิการ กสทช. เป็นประธานและเลขานุการคณะกรรมการกองทุนฯ







