posttoday
เปิดใจ 2 ผู้ท้าชิงบิ๊กสอท.มุ่งมั่นผสานรอยร้าวองค์กร

เปิดใจ 2 ผู้ท้าชิงบิ๊กสอท.มุ่งมั่นผสานรอยร้าวองค์กร

06 มกราคม 2557

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

ความสนใจของทุกฝ่ายขณะนี้กำลังพุ่งไปที่เรื่องการเมือง ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้ง สส.วันที่ 2 ก.พ. 2557 ได้หรือไม่ แต่การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน คือประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในเดือน มี.ค. 2557

ผู้ลงสนามชิงชัยครั้งนี้มี 2 คน คือ “วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ” รองประธานและประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. และ “สุพันธุ์ มงคลสุธี” รองประธาน ส.อ.ท.ที่ต่างมีวิสัยทัศน์สอดคล้องไปใน ทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการเร่งประสานรอยร้าว ใน ส.อ.ท.ที่มีมาตั้งแต่ปลายปี 2555 เป็นต้นมา โดยทั้งสองฝ่ายเริ่มต้นด้วยการควงแขนออกหาเสียง ทั่วประเทศพร้อมกัน และไม่ว่าฝ่ายใดชนะ ก็จะดึง อีกฝ่ายมาร่วมทำงาน และจะทำให้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับคนรุ่นต่อไปด้วย

สำหรับนโยบายด้านอื่นนั้น “วิศิษฎ์” ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ง่วนสูน (ตรามือที่ 1) ธุรกิจผู้ผลิตเครื่องเทศ เครื่องปรุงรส มีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหาร เปิดเผยว่า เนื่องจากสมาชิก ส่วนใหญ่ของ ส.อ.ท.เป็นเอสเอ็มอีและอยู่ต่างจังหวัดจำนวนมาก และไทยกำลังจะเข้าร่วมประชาคมอาเซียน ส.อ.ท.จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานรัฐเร่งเรื่องการค้าชายแดน นิคมอุตสาหกรรมชายแดน เพื่อเป็นพื้นที่การทำธุรกิจของเอสเอ็มอีที่ไม่สามารถย้ายฐานผลิตออกไปประเทศเพื่อนบ้านได้ การเร่งให้เกิดตลาดหรือศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่แบบถาวรตาม ชายแดนให้มากที่สุด ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมาก คือตลาดโรงเกลือ ชายแดนไทยกัมพูชาที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เพราะสร้างมูลค่าการค้าให้ประเทศ จ้างงานสูง โดย ส.อ.ท.จะเป็นตัวกลางสร้างประสิทธิภาพของกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่ให้เชื่อมกับซัพพลายเชนที่เป็นเอสเอ็มอี และเชิญตัวแทนจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญในแต่ละอุตสาหกรรม เช่น กลุ่ม ปตท. กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย กลุ่มสหพัฒน์ เข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาในการวางแนวทางพัฒนาแต่ละอุตสาหกรรม

อีกนโยบายคือการเร่งเพิ่มประสิทธิภาพของคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่ปัจจุบันมีอยู่ 12 คลัสเตอร์ ทั้งการเชื่อมกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในต่างจังหวัดมากขึ้นและเร่งลดต้นทุนในแต่ละคลัสเตอร์ สุดท้าย คือการเพิ่มกลุ่มอุตสาหกรรม ที่ปัจจุบันมีอยู่ 42 กลุ่ม เพราะปัจจุบันมีอุตสาหกรรมใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมสีเขียวที่ใช้กรีนเทคโนโลยี การดึงกลุ่มเหล่านี้เข้ามามีส่วนร่วมจะทำให้ได้รับการพัฒนาเพิ่มศักยภาพ และดึง ภาครัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือได้เหมาะสม

ด้าน “สุพันธุ์” ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) รองประธานกรรมการบริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี และประธานกรรมการบริษัท พริซึ่ม โซลูชั่นส์ วางนโยบายเพื่อขับเคลื่อนความเป็นปึกแผ่นของสมาชิกใน ส.อ.ท.เริ่มต้นด้วยการสร้างความเป็นเอกภาพ ด้วยการ ปรับปรุงองค์กรให้มีการประสานความร่วมมือระหว่าง ส.อ.ท.ในต่างจังหวัด และกลุ่มอุตสาหกรรม 42 กลุ่ม รวมถึงผลักดันให้กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ให้หันมาสนับสนุนกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดเล็กให้มากขึ้น เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมทั้งระบบเดินไปด้วยกัน

พร้อมกันนี้ จะมีการยกระดับอุตสาหกรรมไทยให้เป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นให้สถาบัน ทั้ง 10 สถาบันของ ส.อ.ท. ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ส.อ.ท. รวมทั้งประสานภาครัฐเพื่อให้การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันการศึกษาช่วยสนับสนุนงานวิจัย นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการทำงานเพิ่มความสามารถการแข่งขัน

นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบ เทคโนโลยีและฐานข้อมูลของอุตสาหกรรมให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น พัฒนาบุคลากรและโครงสร้าง ส.อ.ท.ให้เข้มแข็ง ตลอดจนสร้างความมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ