
บลจ.ฟิลลิปดิ้นหารายได้เพิ่ม
หลังสินทรัพย์ปี’56ทรุดเหลือ500ล้านเล็งเปิดบริการธุรกิจ4ช่องทางหาเงิน
หลังสินทรัพย์ปี’56ทรุดเหลือ500ล้านเล็งเปิดบริการธุรกิจ4ช่องทางหาเงิน
บลจ.ฟิลลิป เปิดช่องหารายได้เพิ่ม หลังเอยูเอ็มทรุดเหลือ 500 ล้านบาท
นายวรรธนะ วงศ์สีนิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ฟิลลิป เปิดเผยว่า ในปี 2557 บริษัทมีนโยบายที่จะเพิ่มช่องทางการหารายได้ให้มากกว่าค่าธรรมเนียมจากการบริหารจัดการกองทุนรวม เนื่องจากในปี 2556 มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ลดลงจาก 700 ล้านบาท เหลือเพียง 500 ล้านบาทเท่านั้น
“ปี 2556 เอยูเอ็มลดลงไปมาก โดยเฉพาะกองทุนตลาดเงินที่หายไปหลายร้อยล้านบาท เนื่องจากในช่วงที่ธนาคารปรับดอกเบี้ยเงินฝากเพิ่มขึ้น ทำให้ผลตอบแทนของกองทุนสู้กับดอกเบี้ยเงินฝากไม่ได้” นายวรรธนะ กล่าว
นายวรรธนะ กล่าวว่า ในเบื้องต้นคาดว่า บริษัทจะมีช่องทางธุรกิจ 4 ช่องทาง ได้แก่ 1.บริหารจัดการกองทุนรวม 2.บริหารจัดการกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีทส์) 3.บริการให้ข้อมูลทางการเงินกับนักลงทุนต่างชาติที่สนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย และ 4.รับบริหารงานระบบสนับสนุนการปฏิบัติงาน (Back Office) ให้กับบริษัทประกัน
“หากเราสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในปี 2557 บริษัทน่าจะเริ่มมีกำไรแล้ว โดยรายได้มากกว่า 50% จะมาจากการให้บริการข้อมูลการเงินและรับบริหารงาน Back Office ซึ่งจะคิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการตามมูลค่าสินทรัพย์ของลูกค้า” นายวรรธนะ กล่าว
สำหรับบริการให้ข้อมูลทางการเงินกับนักลงทุนต่างชาติจะเป็นฐานลูกค้าจากบริษัทแม่ โดยเป็นเพียงการรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนในประเทศไทยและจัดส่งให้ลูกค้า โดยไม่ได้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
นายวรรธนะ ยอมรับว่า ธุรกิจกองทุนรวมไม่สามารถแข่งขันกับ บลจ.ขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากมีช่องทางจำหน่ายไม่มากนัก
“เราไม่มีสาขาก็เหนื่อยหน่อย ซึ่งในปี 2557 จะเน้นทำการตลาดกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) มากขึ้น นอกจากนี้ ทางกลุ่มฟิลลิปมีแนวคิดที่จะตั้งกองทุน Global Bond Fund ซึ่งอาจจะให้ บลจ.ฟิลลิป เป็นที่ปรึกษากองทุน” นายวรรธนะ กล่าว
ทั้งนี้ บลจ.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดบริการอย่างเป็นทางการในปี 2550 โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป ถือหุ้น 100% ข้อมูล ณ วันที่ 20 ธ.ค. 2556 มีกองทุนภายใต้การบริหารจำนวน 8 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 521.89 ล้านบาท ส่วนแบ่งการตลาดเพียง 0.02%ส่วนบลจ.โซลาริส ถือหุ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ สัดส่วน 76.30% และบริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล ถือหุ้น 23.70% ขณะที่บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) ถือหุ้นโดย
ทุนจดทะเบียนเรียกชำระเต็มมูลค่าแล้ว 105.60 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 2 เมษายน 2556)
ถือหุ้น 76.30% โดย บริษัทหลักทรัพย์ ซีมิโก้ จำกัด (มหาชน)
ถือหุ้น 23.70% โดย
คณะกรรมการของบริษัท มี 9 คน ตามรายชื่อดังนี้
ในขณะที่บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) มี







