posttoday
หุ้นไทยยังผันผวนสูงจากการเมืองและเงินทุนไหลออก

หุ้นไทยยังผันผวนสูงจากการเมืองและเงินทุนไหลออก

06 มกราคม 2557

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนสูง ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองและการปรับลดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือการลดทอน QE กระแสเงินทุนไหลออกกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี จ่อหลุด 33 บาท/เหรียญสหรัฐ

ตลาดหุ้นไทยยังคงผันผวนสูง ท่ามกลางความเสี่ยงทางการเมืองและการปรับลดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หรือการลดทอน QE กระแสเงินทุนไหลออกกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี จ่อหลุด 33 บาท/เหรียญสหรัฐ

หลังเปิดปีใหม่ ตลาดหุ้นยังถูกซ้ำเติมจากแรงขายของสถาบันในประเทศ ส่วนใหญ่น่าจะมาจากคนซื้อกองทุน LTF เมื่อปี 2553 ที่ปีนั้นดัชนีหุ้นเฉลี่ยอยู่ต่ำกว่า 900 จุด จึงยังมีกำไรเหลืออีกมาก ไม่รวมผลประโยชน์ทางภาษีที่ได้ไปก่อนหน้านั้นแล้ว

แม้เม็ดเงิน LTF ปี 2553 ที่มีสิทธิขายออกได้ในปีนี้จะเป็นหลักหลายหมื่นล้านบาท แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่ยังถือลงทุนระยะยาว ผู้ที่ประสงค์ขายช่วงต้นปี มักดำเนินการทันทีในวันทำการแรกๆ หลังปีใหม่ แรงขายจากกลุ่มนี้จึงน่าจะซาลงในสัปดาห์นี้

นอกจากนั้น มูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ถูกลงอย่างรวดเร็ว ได้ดึงดูดให้นักลงทุนบางส่วนที่มองต่าง เริ่มทยอยใช้สิทธิซื้อกองทุนประหยัดภาษีตั้งแต่ต้นปีก็มี ขณะที่ผู้จัดการกองทุนต่างมีบทเรียนทำนองนี้ จึงกันเงินไว้บางส่วนสำหรับการไถ่ถอนตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

ดัชนีหุ้นไทยหลังปีใหม่ดิ่งแรงจนหลุด 1,260 จุด มาปิดที่ 1,224 จุด ต่ำสุดในรอบ 16 เดือน ทำให้นักลงทุนส่วนหนึ่งที่กู้เงินจากโบรกเกอร์มาซื้อหุ้น ถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) ส่วนที่หาหลักประกันมาวางเพิ่มไม่ทัน อาจจำเป็นต้องขายหุ้นบางส่วน ยิ่งหากหุ้นยังลงต่อเร็วๆ บางส่วนอาจถึงขั้นถูกบังคับขายหุ้น (Forced Sales) ปัจจัยนี้จึงอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นในระยะสั้น

น่าสังเกตว่า แรงขายจาก LTF และกลุ่มที่เป็นพอร์ตมาร์จิ้น ไม่ได้เกิดจากเหตุปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแย่ลงมาก แต่ขายด้วยเหตุผลอื่น ราคาหุ้นที่เตี้ยลงมาก จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาว

พอร์ตการลงทุนในปี 2557 : ลดตราสารหนี้/มันนี่มาร์เก็ตฟันด์ เพิ่มตลาดหุ้นหลัก แต่ยังลดตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้ง

กระแสเงินทุนยังมีแนวโน้มไหลออกจากตราสารหนี้และมันนี่มาร์เก็ตฟันด์ เหตุอัตราดอกเบี้ยระยะยาวโน้มสูงขึ้น หลังเฟดเริ่มลดQE 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เหลือ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในเดือน ม.ค.นี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคาดการณ์ว่า เฟดจะหยุดการทำ QE ในปลายปี 2557 และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยเฟดในไตรมาส 3 ปี 2558

การถือตราสารหนี้ระยะยาว เท่ากับล็อกตัวเองกับอัตราดอกเบี้ยที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวมาก หากต้องขายก่อนครบกำหนดในอนาคตก็เสี่ยงต่อการขายขาดทุน ขณะที่ผลตอบแทนของมันนี่มาร์เก็ตฟันด์แทบไม่คุ้มเงินเฟ้อ จึงเป็นแค่ที่พักเงินเพื่อรอโอกาสลงทุนเท่านั้น

กระแสเงินทุนที่ไหลออกจากตราสารหนี้และมันนี่มาร์เก็ตฟันด์ มีแนวโน้มถูกโยกเข้าตลาดหุ้นของประเทศหลักที่มีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น สวนทางกับตลาดหุ้นอีเมอร์จิ้งที่เศรษฐกิจยังชะลอตัวและสกุลเงินโน้มอ่อนค่า

กระแสเงินทุนไหลออกกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วสู่จุดต่ำสุดในรอบ 4 ปี แถว 33 บาท/เหรียญสหรัฐ และมีโอกาสอ่อนค่าลงอีก สถานการณ์เช่นนี้กดดันให้ผู้ลงทุนต่างชาติลดความเสี่ยงค่าเงิน ด้วยการขายสินทรัพย์ในรูปเงินบาท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับผู้ลงทุนไทยใช้เงินบาทลงทุนอยู่แล้ว การปรับฐานของราคาสินทรัพย์ข้างต้นจึงกลายเป็นโอกาส เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่มีต่างชาติถืออยู่ในสัดส่วนสูงและถูกขายออกมาต่อเนื่อง จนทำให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลสูงถึง 78% แล้ว สินทรัพย์กลุ่มนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อทดแทนตราสารหนี้ระยะยาว กองทุนกลุ่มนี้ที่น่าสนใจได้แก่ BTSGIF, CPNRF

ด้านสถานการณ์การเมืองยังไร้ทางออก และเสี่ยงจะเปิดสภาผู้แทนฯ ไม่ได้ แม้มีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากจำนวน สส.คงมีไม่ถึง 95% ของทั้งสภา หรือไม่ถึง 475 คน หลังมี 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง และอีก 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว

หากยังเดินหน้าเลือกตั้ง 2 ก.พ. นอกจากเสี่ยงต่อการกระทบกระทั่งระหว่างกลุ่มคนที่เห็นต่างแล้ว คงต้องมีการเลือกตั้งซ่อมซ้ำซาก จนกว่าจะครบภายใน 180 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด นั่นหมายความว่ารัฐบาลจะรักษาการยาวไปจนถึงกลางปี 2557! แต่ไม่สามารถออกนโยบายใหม่ การใช้นโยบายการคลังกระตุ้นเศรษฐกิจดูจะเป็นหมันไปในภาวการณ์เช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำงบประมาณกลางปี หรือแม้กระทั่งอาจทำให้การจัดทำงบประมาณปี 2558 ต้องล่าช้าไปด้วย

การเมืองไทยยังเข้มข้นต่อไป ต้องติดตามประเด็นดังนี้

78 ม.ค. ป.ป.ช.จะชี้มูลความผิด สส.สว. 383 คน ประเด็นแก้ไขที่มาของ สว.

8 ม.ค. ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยการแก้ไขร่างมาตรา 190

13 ม.ค.เป็นต้นไป กปปส.ชุมนุมใหญ่ปิดกรุงเทพฯ ขณะที่ นปช.นัดชุมนุมทั่วประเทศเพื่อเปิดประเทศ

ภาพทางเทคนิคยังเป็นลบ สุ่มเสี่ยงที่จะหลุดแนวรับสำคัญที่1,1901,200 จุด ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นถอยลึกจนค่าพีอีปีนี้เหลือ 11.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว ขณะที่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงขึ้นมาที่ 4.3% หุ้นขนาดใหญ่นับสิบที่ให้ปันผลเกิน 6% การปรับฐานรอบนี้จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มที่ยังถือหุ้นน้อยกว่าครึ่งพอร์ต

แม้ช่วงสั้นความเสี่ยงยังสูง แต่โอกาสทำกำไรก็มากขึ้นเรื่อยๆ หลังราคาหุ้นถอยลึก แนะทยอยเก็บหุ้นกลุ่มโมเดิร์นเทรด (ชอบ CPALL, HMPRO, GLOBAL) ผู้ให้บริการมือถือ (DTAC, INTUCH, ADVANC) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า BTS รวมถึงบริษัทลูกอย่าง VGI หุ้นท่องเที่ยว (AOT, CENTEL) หุ้นที่ผลประกอบการพลิกฟื้น (ชอบ PTTGC, CPF, THCOM, TUF)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท