
ดอลลาร์ทะยานต่อรับปีใหม่จากผลลดคิวอี
โดย...วทันยา พรประยุทธ ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ
โดย...วทันยา พรประยุทธ ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ
ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันที่ 2-3 มกราคม 2557 ภายหลังจากช่วงวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ ค่าเงินดอลลาร์ยังคงปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก อาทิ เงินยูโร, เงินปอนด์ โดยดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ 6 สกุล ทะยานขึ้นทะลุระดับ 80.50 อีกครั้ง ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ทรงตัวบริเวณ 3.00% เนื่องจากนักลงทุนเข้าถือสถานะซื้อเงินดอลลาร์ จากการคาดหวังที่มีมากขึ้นว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าปรับลดโครงการซื้อพันธบัตร (QE) ต่อไป หลังได้รับแรงหนุนอย่างต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สดใส โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 78.1 จากที่คาดที่ระดับ 76.0 ขณะที่ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐและตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ที่รายงานออกมาในวันพฤหัสบดี (2/1) ก็ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ไว้เช่นกัน โดยตัวเลข ISM ภาคการผลิตปรับตัวดีขึ้นแตะระดับ 57.0 จากที่คาดไว้ที่ระดับ 56.8 และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานปรับลดลงสู่ระดับ 339,000 ตำแหน่ง ตำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ที่ 344,000 ตำแหน่ง
ในส่วนของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (2/1) ที่ระดับ 32.86/88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่อนข้างทรงตัวเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 32.87/89 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องจากช่วงปลายปีตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นเงินริงกิตมาเลเซีย, เงินเปโซฟิลิปปินส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่อ่อนค่าลงเทียบกับค่าเงินดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากเงินทุนไหลออกที่เกิดขึ้นทั้งตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาคเอเชีย จากการคาดการณ์ว่า เฟดจะลดปริมาณเงินในการซื้อพันธบัตรลงอีก นอกจากนั้นแล้ว ค่าเงินบาทยังได้รับแรงกดดันจากปัญหาด้านการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะแนวโน้มที่อาจจะต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ออกไปก่อนมีความเป็นไปได้ค่อนข้างมาก เนื่องจากผลการรับสมัครผู้ที่จะลงสส.แบบแบ่งเขตบางเขตยังได้ไม่ครบ โดยต้องรอดูความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจะมีการใช้สิทธิส่วนบุคคลดำเนินการใดๆ หรือไม่ หลังจากที่ยังมีความขัดแย้งทางการเมืองอยู่ รวมถึงการที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะมีการระดมมวลชนครั้งใหญ่เพื่อปฏิบัติการปิดประเทศในวันที่ 13 มกราคมนี้ด้วย โดยจะเริ่มต้นเดินสายเชิญชวนประชาชนตั้งแต่วันที่ 5 มกราคมและจะปักหลักชุมนุมยาวนับสิบวันเพื่อกดดันให้รัฐบาลยุติการรักษาการ ทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นไทยอย่างหนักและกดดััชนีหุ้นติดลบ 5.23% หรือ 67.94 จุด ในวันทำการวันแรกของปี 2557 ขณะที่ในส่วนของค่าเงินบาทเองนั้น ในวันศุกร์ (3/1) เงินบาทยังอ่อนค่าและสามารถทะลุระดับ 33.00 บาท/ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.85-33.03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 33.00/03 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (2/1) ที่ระดับ 1.3765/68 ดอลลาร์/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 1.3794/96 ดอลลาร์/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงจากการขายทำกำไรของนักลงทุนหลักจากปรับตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายปีที่ผ่านมาแม้ว่าภาคการผลิตของยูโรโซนจะขยายตัวในช่วงเดือนธันวาคมในอัตราสูงสุดนับตั้งแต่กลางปี 2554 จากภาวะธุรกิจที่สดใสของประเทศเยอรมนีและอิตาลี โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตในยูโรโซนปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับ 52.7 ในเดือนธันวาคมจากระดับ 51.6 ในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน อย่างไรก็ดี ตลาดยังคงวิตกกับวิกฤติหนี้ยุโรปในโปรตุเกสภายหลังจากที่รัฐมนตรีการคลังและต่างประเทศประกาศลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจกับนโยบายรัดเข็มขัดของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลโปรตุเกสอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการใช้มาตรการรัดเข็มขัดเพิ่มเติม ขณะเดียวกันนักลงทุนยังมุ่งความสนใจไปยังประเด็นการปรับลดวงเงินการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมากกว่า ส่งผลทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ทั้งนี้ค่าเงินยูโรในช่วงท้ายสัปดาห์เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1.3628/1.3775 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์(3/1) ที่ระดับ 1.3641/42 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (2/1) ที่ระดับ 105.23/26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/12) ที่ระดับ 104.83/85 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปรับตัวอ่อนค่าอย่างเต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์ โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ที่ระดับ 105.41 เยน/ดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากการประกาศของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะต่ำต่อไปอีก รวมถึงนโยบายการเงินที่แตกต่างกันของทางเฟดและบีโอเจ ซึ่งเฟดเริ่มปรับลดขนาดของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจลงและมีแนวโน้มจะปรับลดลงอีก ในขณะที่บีโอเจมีแนวโน้มจะคงขนาดหรือปรับเพิ่มขนาดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นไปอีกในอนาคตเพื่อแก้ไขภาวะเงินฝืด ทั้งนี้ในช่วงท้ายสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 104.05/-105.44 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (3/1) ที่ระดับ 104.44/45 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ







