posttoday
บาทอ่อน34รับได้

บาทอ่อน34รับได้

04 มกราคม 2557

แบรนด์เนมชี้หากทะลุต้องขึ้น10%เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดอั้นสิ้นม.ค.นี้ทยอยขึ้น

แบรนด์เนมชี้หากทะลุต้องขึ้น10%เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดอั้นสิ้นม.ค.นี้ทยอยขึ้น

เอกชนชี้ รับมือบาทอ่อนได้ 34-35 บาท หากทะลุแบรนด์เนมขึ้น 10% เครื่องใช้ไฟฟ้าขยับ 5%

นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและทำตลาดสินค้าแบรนด์เนมอเมริกา เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะ 33.02 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อสินค้าแบรนด์เนมนำเข้า เพราะส่วนใหญ่ยังซื้ออัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากค่าเงินทะลุไปถึง 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะเริ่มทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. แต่ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องปรับราคาสินค้า

ทั้งนี้ หากค่าเงินบาทอ่อนค่าแตะ 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ กลุ่มผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ต้องปรับราคาขึ้นโดยเฉลี่ย 10% เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้น จึงมีผลต่อกำไรของผู้ประกอบการหายไปถึง 10%

ขณะเดียวกัน ธุรกิจสินค้านำเข้าอาจได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้คนไทยไปช็อปปิ้งต่างประเทศน้อยลง เพราะอัตราแลกเปลี่ยนจาก 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เป็น 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้คนไทยแลกเงินได้น้อยลง 78% แต่จากการเมืองที่วุ่นวายอาจทำให้คนไม่มีอารมณ์ใช้จ่ายก็ได้

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์การเมืองที่วุ่นวาย ผู้บริโภคไม่มีอารมณ์จับจ่ายใช้ อาจทำให้ภาพรวมตลาดสินค้านำเข้าไม่ได้รับอานิสงส์ จากการเปลี่ยนพฤติกรรมมาช็อปปิ้งภายในประเทศมากนัก สำหรับภาวะค่าเงินบาทอ่อนค่าลง เชื่อจะเกิดขึ้นครึ่งปีแรกเท่านั้น โดยมีปัจจัยหลักจากความวุ่นวายการเมือง ส่วนนโยบายของบริษัท เดินหน้าปรับราคาสินค้า 2แบรนด์ ได้แก่ เคท สเปด และแจ็ค สเปด ลดลง 15% ในเดือนก.พ. จากก่อนหน้านี้จะลด 20-25% เพื่อให้ราคาจำหน่ายใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้านเช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์

นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแอลจี กล่าวว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่พึ่งพาการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 40-50% ค่าเงินบาทที่อ่อนลง 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ คาดว่าค่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทยอยปรับราคาเพิ่มขึ้น 35% แต่หากค่าเงินทะลุ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะปรับราคาขึ้น 5-10%

สำหรับบริษัทวางแผนปรับราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นในเดือน ม.ค.นี้ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น 3% เครื่องซักผ้าถังเดียว 5% และตู้เย็นจะปรับราคาขึ้นสิ้นเดือน ม.ค.นี้ 35% ส่วนทีวีเชื่อว่าทุกค่ายทั้งซัมซุง โซนี่ และแอลจี แทบจะไม่ปรับราคาขึ้นหรือขึ้นก็น้อยมาก แม้ว่าต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม เพราะการแข่งขันรุนแรง และเป็นตลาดที่จะโตมากถึง 20% จึงต้องชิงส่วนแบ่งให้มาก

“ปีนี้ตลาดทีวีจะแข่งขันรุนแรง และเป็นสินค้าที่เติบโตสูงถึง 20% จากตลาดมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จากการเกิดทีวีดิจิตอลและฟุตบอลโลก ส่งผลให้คนซื้อทีวีเพิ่มขึ้น ดังนั้นผู้ผลิตทีวีจะลดต้นทุนด้วยวิธีอื่นแทน เช่น ปรับลดระยะเวลาทำโปรโมชั่นผ่อน 0% หรือการแจกของพรีเมี่ยมอาจไม่มี ส่วนภาพตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าปีนี้ยังเติบโตมากกว่า 10% แม้ว่าสินค้าจะปรับราคา เนื่องจากปีนี้ความต้องการของตลาดมีสูง”นายอลงกรณ์ กล่าว

นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผงซักฟอกเปา กล่าวว่า ภาวะค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในขณะนี้ เป็นเพียงแค่การผกผันของค่าเงินบาทระยะสั้นและยังไม่นิ่ง ดังนั้นจึงเร็วเกินไปหากกลุ่มสินค้าที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศจะปรับราคาขึ้น อาทิ สบู่ แชมพู และโดยเฉพาะผงซักฟอก นำเข้าวัตถุดิบมากกว่า 50% เช่น โซเดียม ไตรโพลีฟอสเฟต ขณะเดียวกันการขึ้นราคาสินค้าต้องมาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่เกิดจากปัจจัยค่าเงินบาทอ่อนเพียงอย่างเดียว แต่หากต้นทุนการผลิตโดยรวมปรับเพิ่มขึ้น 10% สินค้าที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจะต้องพิจารณาปรับราคาแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท