posttoday
โผ20หุ้น‘เสี่ยงร่วง’

โผ20หุ้น‘เสี่ยงร่วง’

04 มกราคม 2557

หุ้นใหญ่ยอดนิยมมาร์เก็ตแคปสูงผลกองทุนหุ้นระยะยาวครบกำหนด

หุ้นใหญ่ยอดนิยมมาร์เก็ตแคปสูงผลกองทุนหุ้นระยะยาวครบกำหนด

บล.ทิสโก้แนะเลี่ยง 20 หุ้นเสี่ยงถูกเทขายเพราะกองทุนถือหุ้นมาก ผลจาก LTF ครบกำหนดไถ่ถอน

2 วันที่กองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ครบกำหนดไถ่ถอนปีนี้เทขายหุ้นออกมา 4,610 ล้านบาท ฉุดดัชนีลดลง 73 จุด ดิ่งลงกว่า 5% ส่งผลให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยเดือน ม.ค.

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเม็ดเงินลงทุน LTF ที่ไหลเข้าในปี 2553 ราว 1.57 หมื่นล้านบาท จะครบกำหนด 5 ปีปฏิทินที่สามารถขายออกได้ในปี 2557 นี้เป็นปีแรก อิงจากดัชนีโดยเฉลี่ยที่ปรับตัวขึ้น 72% ในช่วงเวลาข้างต้น ทำให้ประเมินว่าเม็ดเงินก้อนนี้จะโตขึ้นเป็น 2.7 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน และหากอ้างอิงจากฤดูกาลที่ LTF ไหลออกมากสุดในไตรมาสแรกของทุกปีที่เฉลี่ยราว 3040% ของเม็ดเงินที่อาจขายได้ บล.ทิสโก้ประเมินแรงขายจาก LTF จะอยู่ที่ราว 8,0001 หมื่นล้านบาท ในไตรมาสแรก ปี 2557

ดังนั้น จึงแนะนำให้ “หลีกเลี่ยง” และ/หรือ “ใช้ความระมัดระวัง” ในการลงทุนหุ้นเหล่านี้ (ตามตาราง)

ด้านการซื้อขายเมื่อวันที่ 2 ม.ค. เปิดตลาดวันแรกที่หุ้นดิ่งหนักพบว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิในผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์อ้างอิงไทย (NVDR) ซึ่งส่วนใหญ่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติ มียอดซื้อสุทธิ NVDR สูงสุดในหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 296.50 ล้านบาท อันดับสอง หุ้น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) มูลค่า 156.30 ล้านบาท อันดับสาม ธนาคารทหารไทย (TMB) มูลค่า 105.60 ล้านบาท อันดับสี่ หุ้นบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) มูลค่า 88.30 ล้านบาท และอันดับห้า หุ้นบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) มูลค่า 74.50 ล้านบาท

นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า มีลูกค้าเพียง 1 ราย ที่วงเงินหลักประกันเหลือเพียง 1 แสนบาท ซึ่งน้อยกว่าเกณฑ์ที่บังคับต่ำกว่า 35% ทำให้ต้องเรียกเงินวางหลักประกันเพิ่ม และตอนนี้ลูกค้านำหุ้นมาวางหลักประกันเพิ่มแล้ว ทำให้ลูกค้ารายนั้นไม่อยู่ในสถานะถูกบังคับให้ขายหุ้น (ฟอร์ซเซล) แต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะลูกค้ามีความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น และบริษัทก็มีการคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีอยู่แล้วกว่า 100 ตัว

อย่างไรก็ดี ยอดการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จินโลน) ของบริษัทอยู่ที่ระดับกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับนี้มาสักพักใหญ่แล้ว หลังจากที่เคยสูงตอนนี้ระดับ 1,5001,600 จุด บัญชีมาร์จินโลนอยู่ที่ 1.41.5 หมื่นล้านบาท

นางสุชาดา โสตถิภาพกุล กรรมการผู้จัดการ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า มีลูกค้าถูกบังคับขายเพียง 3 ราย มูลค่ารวมกันไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นระดับที่น้อยมาก ซึ่งเป็นเพราะนักลงทุนไทยอาจจะไม่ค่อยนิยมลงทุนแบบยืมขายหุ้นเพื่อเอาไปขาย (SBL) ด้วยสถานการณ์การเมืองมีความเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันเคจีไอมีมูลค่ามาร์จินโลนมูลค่า 1,600 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมาก

นายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์กลาง บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า แนวโน้ม SET50 Index Futures ช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า ผันผวนสูง ตามทิศทางหลักทรัพย์อ้างอิงหลัก โดยวันที่ 2 ม.ค. มีนักลงทุนรายย่อย 2 ราย จำนวนไม่เกิน 5 สัญญา มูลค่ารวมไม่เกิน 5 ล้านบาท ทั้งนี้ถือเป็นการบังคับที่เป็นอัตราน้อย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท