
ปีม้า "ค้าชายแดน" คึกคักจับตา4ด่านดาวเด่น
การค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
การค้าชายแดนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาคที่เน้นพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อการขนส่งทางบกมากขึ้น ประกอบกับการขยายตลาดออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยหันมาค้าขายตามชายแดน เพื่อกระจายสินค้าออกไปยังประเทศใกล้เคียง
อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มูลค่าการค้าชายแดนของไทยในปี 2556 มีมูลค่าอยู่ที่ระดับ 5.5 แสนล้านบาท และในปี 2557 น่าจะขยายตัวมาแตะระดับ 6 แสนล้านบาทได้ไม่ยาก เนื่องจากปัจจัยการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) เข้ามาหนุน ขณะเดียวกันเมื่อเปิดเออีซีอย่างสมบูรณ์ในปี 2558 มูลค่าการค้าจะเพิ่มขึ้นได้อีก 23 แสนล้านบาท เพราะการค้าในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามจะเปิดเสรีอย่างสมบูรณ์ขึ้น
สำหรับด่านการค้าถาวรตามชายแดนที่จะเป็นดาวเด่นต่อไปในอนาคต และมีมูลค่าการค้าเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่ ด่านเชียงของ ใน จ.เชียงราย ด่านแม่สอด จ.ตาก ด่านหนองคาย จ.หนองคาย และด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เนื่องจากด่านการค้าเหล่านี้เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นตลาดใหม่ และสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการขนส่งสินค้าไปยังเวียดนามและจีนได้
โดยเฉพาะด่านเชียงของ จ.เชียงราย จะเป็นดาวเด่นมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันการค้าผ่านด่านเชียงของมีมูลค่าอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งยังสามารถเติบโตขึ้นได้อีกมาก เพราะมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับการค้า การเปิดสะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 4 การพัฒนาเส้นทางการขนส่งทางถนน รวมถึงเส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงไปถึงสิบสองปันนา ซึ่งเป็นศูนย์การค้าการลงทุนของจีนตอนใต้
ส่วนด่านดาวรุ่งอื่นๆ ได้แก่ ด่านแม่สอดเชื่อมโยงกับประเทศพม่า ด่านหนองคายเชื่อมโยงกับลาว และด่านอรัญประเทศเชื่อมโยงกับกัมพูชาจะเติบโตตามเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งในปี 2558 การค้าและการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีแนวโน้มที่ดี ความต้องการสินค้าจากไทยจึงน่าจะเพิ่มขึ้น
ขณะที่ด่านการค้าถาวรสะเดา จ.สงขลา เป็นด่านที่มีการค้าในระดับสูงที่สุด มีสัดส่วนการค้ากว่า 50% ของการค้าชายแดนทั้งหมด แต่เพราะอัตราการค้าที่สูงอยู่แล้วอาจทำให้ไม่ขยายตัวมากนัก หากเทียบกับด่านอื่นๆ ที่ปัจจุบันมีการค้ายังไม่คึกคักมาก
“ภายในอีก 510 ปีข้างหน้า การค้าชายแดนมีโอกาสที่จะแตะระดับ 1 ล้านล้านบาทได้ หรือมีสัดส่วน 10% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด จากปัจจุบันการค้าชายแดนมีสัดส่วนอยู่ที่ 8% ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงหากรัฐบาลให้ความสำคัญและส่งเสริมการค้าชายแดนมากขึ้น รวมถึงการยกระดับด่านการค้าชั่วคราวต่างๆ ให้เป็นด่านถาวรจะเป็นวิธีที่สนับสนุนการค้าชายแดนได้ดี”
แต่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการส่งเสริมการค้าชายแดน ได้แก่ การเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อผ่อนคลายกฎระเบียบที่ยังเป็นปัญหา เช่น รถขนส่งจากไทยยังไม่สามารถวิ่งทะลุเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านได้ ต้องเปลี่ยนรถที่ด่าน
รวมทั้งต้องเจรจาให้มีการจัดตั้งเมืองคู่แฝดบริเวณชายแดน เช่น แม่สอดเมียวดี เชียงของห้วยทราย อรัญประเทศปอยเปต เป็นต้น เพื่อผลักดันให้เกิดการค้า การลงทุนระหว่างกันมากขึ้น และยังเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย โดยเมืองคู่แฝดจะเป็นจุดเริ่มต้นการค้า เป็นเขตปลอดภาษี และสุดท้ายจะสามารถพัฒนาเป็นเขตอุตสาหกรรมได้
นอกจากนี้ ต้องส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแดน โดยใช้เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจต่างๆ เป็นตัวดึงดูดให้เกิดการเดินทางโดยรถยนต์ เพราะมีถนนที่ได้รับการพัฒนาที่ดี ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนด้านการบริการในเส้นทางดังกล่าว เช่น ร้านอาหาร ภัตตาคาร จุดพักรถ โรงแรม เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว
ในอนาคตการค้าชายแดนจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น แม้ว่ารัฐบาลจะไม่ส่งเสริม การค้าชายแดนก็จะเติบโตไปตามธรรมชาติ แต่หากรัฐบาลให้ความสำคัญจะทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้ามาใช้ประโยชน์จากการค้าดังกล่าวได้อย่างทั่วถึง







