
ภาพรวมการซื้อขายของTFEXในปี2556
คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ และตามที่เคยสัญญาไว้ในสัปดาห์นี้ นัดพบฯ ขอสรุปการซื้อขายของทั้งปี 2556 ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ว่า มีการซื้อขายโดยรวมเป็นอย่างไร สินค้าใดได้รับความนิยมสูงสุด ผู้ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนหรือไม่ รวมทั้งโบรกเกอร์มีพัฒนาการกันอย่างไรในช่วงปีที่ผ่านมา
คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอสวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านทุกท่านนะครับ และตามที่เคยสัญญาไว้ในสัปดาห์นี้ นัดพบฯ ขอสรุปการซื้อขายของทั้งปี 2556 ที่เพิ่งผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ว่า มีการซื้อขายโดยรวมเป็นอย่างไร สินค้าใดได้รับความนิยมสูงสุด ผู้ลงทุนมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการลงทุนหรือไม่ รวมทั้งโบรกเกอร์มีพัฒนาการกันอย่างไรในช่วงปีที่ผ่านมา
หลายๆ ท่านที่ผ่านศึกการลงทุนในปี 2556 มา คงได้เห็นความผันผวนของตลาดทุนไทยที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าในอดีต ดัชนีหุ้นไทยอย่าง SET Index สามารถทำสถิติสูงสุดขึ้นไปถึง 1,643.43 จุด และแกว่งร่วงมาต่ำสุดที่ 1,275.76 จุด ในระหว่างปี ในขณะที่ดัชนี SET50 Index ที่ชาว TFEX คุ้นเคยก็สามารถเคลื่อนไหวอยู่เหนือระดับ 1,000 จุด ซึ่งหลายๆ ท่านคงทราบกันดีแล้วแรกเริ่มเดิมทีดัชนี SET50 ตอนเริ่มมีใหม่จะมีระดับฐานอยู่มี 1,000 จุด ก่อนที่จะผันผวนลงมา โดยตอนที่เปิดการซื้อขาย SET50 Futures ใหม่ๆ นั้น ดัชนีมีระดับที่ 500 จุดเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ก่อนปิดปลายปี SET50 Index ร่วงลงไปอยู่ปิดที่ 883.40 จุด กรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีที่กล่าวข้างต้นเกิดจากความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นตลอดทั้งปี ซึ่งลักษณะดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนให้การซื้อขายใน TFEX ซึ่งเป็นตลาดคู่ขนานและให้ทางเลือกในการใช้เครื่องมือสร้างกลยุทธ์การลงทุนมีการเติบโตขึ้นอย่างมาก
โดยตลอดทั้งปี 2556 การซื้อขายในตลาด TFEX มีปริมาณรวมเท่ากับ 16.66 ล้านสัญญา หรือเฉลี่ยคิดเป็นการซื้อขายประมาณวันละ 68,017 สัญญา ซึ่งถือเป็นการเติบโตขึ้น 55.21% จากปีก่อนหน้าที่มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 43,823 สัญญา โดยสินค้าที่มีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุดเป็นแชมป์ใหม่คือ Stock Futures ที่มีการซื้อขายกว่า 8.4 ล้านสัญญา ตลอดปีคิดเป็น 50.5% ของปริมาณการซื้อขายทั้งตลาด ซึ่งสามารถโค่นแชมป์เก่าที่ครองตำแหน่งสินค้าที่ได้รับความนิยมติดต่อกันเป็นอันดับหนึ่งต่อเนื่องมาหลายปีอย่าง SET50 Futures ลงได้ ซึ่งในปี 2556 การซื้อขายของ SET50 Futures เองก็มีการเติบโต โดยตลอดทั้งปีมีการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 5.7 ล้านสัญญา หรือคิดเป็น 34.1% ของปริมาณการซื้อขายทั้งตลาด โดยเมื่อรวมสัดส่วนของทั้งสองสินค้านี้ พบว่าสัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงสินค้าในตลาดหุ้นทั้งหุ้นรายตัวและดัชนีหุ้นมีสัดส่วนรวม 84.6% ของการซื้อขายใน TFEX จึงสะท้อนให้เห็นว่าความผันผวนของตลาดทุนทำให้เกิดความสนใจในการที่จะเลือกใช้สินค้าใน TFEX ที่เกี่ยวข้องและยังสะท้อนพัฒนาการของผู้ลงทุนที่สามารถปรับกลยุทธ์การซื้อขายได้ตอบสนองสภาพตลาดได้มากยิ่งขึ้น สำหรับ Gold Futures ปี 2556 อาจจะมีบทบาทลดลง โดยมีสัดส่วนการซื้อขายมาอยู่ที่ลำดับสาม ด้วยปริมาณการซื้อขายรวมประมาณ 3.3 ล้านสัญญา
นอกจากนี้ หากพิจารณาการเติบโตของ TFEX โดยสังเกตจากสถานะคงค้าง พบว่า ณ สิ้นปี 2556 มีจำนวนสูงขึ้นเป็น 340,778 สัญญา เพิ่มขึ้นประมาณ 42.6% ของสถานะคงค้างเมื่อสิ้นปี 2555 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการซื้อขายสัญญาโดยรวมใน TFEX เช่นกัน และการเติบโตในด้านของผู้ร่วมตลาด จากตัวเลขบัญชีซื้อขายใน TFEX พบว่าในปี 2556 มีการเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยจากข้อมูลล่าสุดที่นัดพบ TFEX มี ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2556 พบว่ามีจำนวนบัญชีทั้งหมด 86,893 บัญชี เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้าที่เคยมีอยู่ประมาณ 80,893 บัญชี
แต่ถ้าถามถึงความเปลี่ยนแปลงด้านโบรกเกอร์ในปี 2556 เป็นอย่างไร ใครมีอันดับการซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก ก็จะพบว่าบริษัทที่ซื้อขายสินค้าในตลาด TFEX รวมสูงสุด ได้แก่ บล.เคจีไอ (KGI) โดยมีสัดส่วนการซื้อขายอยู่ที่ 11.47% ของปริมาณการซื้อขายทั้งตลาด อันดับที่สอง คือ บล.ซีไอเอ็มบี (CIMB) มีสัดส่วนการซื้อขายอยู่ที่ 9.67% และตามด้วยอันดับที่สาม บล.ภัทร (PHATR) ที่สัดส่วนอยู่ที่ 9.16% ทั้งนี้ พบว่า การซื้อขายตลอดทั้งปีของแต่ละบริษัทที่อยู่ใน TOP 3 ดังกล่าวมีปริมาณการซื้อขายรวมกันประมาณเกือบ 1 ใน 3 ของการซื้อขายทั้งตลาด ซึ่งถือเป็นการเติบโตของบริษัทหลักทรัพย์ที่น่าสนใจในลักษณะหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2556 ถึงแม้ภาวะการลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่างเช่น ทองคำ หรือน้ำมันดิบ อาจจะไม่โดดเด่นสักเท่าไร อีกทั้งในหลายๆ ช่วงของปีการเปลี่ยนแปลงราคาโลกของสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบการผันผวนของค่าเงินบาท ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาเมื่อแปลงเป็นราคาในรูปบาทไทยอาจจะไม่จูงใจในการซื้อขายมากนัก แต่พบว่าผู้ลงทุนเองรวมทั้งโบรกเกอร์ที่เป็นผู้ชำนาญการด้านสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างเช่น โบรกเกอร์ทองคำก็ได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์โดยเข้ามามีบทบาทในการซื้อขายสัญญา Futures ที่อ้างอิงสินค้าในตลาดทุนอย่างเช่น Stock Futures มากขึ้น ซึ่งในปี 2557 นี้ คาดว่าเราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ประการเกิดขึ้นใน TFEX ต่อไป ซึ่งนัดพบฯ จะนำมาบอกเล่ากันต่อไปนะครับ
สุดท้ายนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2557 หรือปีม้าคะนองศึก TFEX ยังคงให้ส่วนลดต่างๆ ที่เคยมีอยู่ในปี 2556 ทั้งในส่วนของ SET50 Futures ที่อัตรา 35 บาทต่อสัญญา และ Gold Futures ที่อัตรา 35 บาทต่อสัญญา สำหรับ Gold Futures ขนาด 50 บาท และอัตรา 7 บาทต่อสัญญา สำหรับ Gold Futures ขนาด 10 บาท รวมทั้ง USD Futures ที่มีค่าธรรมเนียมที่ 1 บาทต่อสัญญา ต่อไปในปี 2557 กันนะครับ ทั้งนี้ ในส่วนของค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บทั้งหมดเป็นไปในลักษณะที่ต่อรองได้เสรี ซึ่งหากท่านสามารถขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โบรกเกอร์ที่ท่านใช้บริการอยู่นะครับ







