
ประกันชีวิตไทยกลายพันธุ์
ควันหลงส่งท้ายปี 2556 ที่สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงประกันชีวิตเป็นอย่างมาก คือ การที่บริษัท ไทยประกันชีวิต
โดย...วารุณี อินวันนา
ควันหลงส่งท้ายปี 2556 ที่สร้างความฮือฮาให้กับแวดวงประกันชีวิตเป็นอย่างมาก คือ การที่บริษัท ไทยประกันชีวิต ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจประกันชีวิตที่ชูความเป็นบริษัทของคนไทยแท้เป็นจุดขายมาตลอดระยะเวลา 70 ปีของการดำเนินธุรกิจ ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขันที่รุนแรงในอนาคต
เมื่อเปิดทางให้บริษัท เมจิยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ บริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่นเข้ามาถือหุ้นในบริษัท ไทยประกันชีวิต ในสัดส่วนถึง 15% เมื่อเดือน ก.ค. 2556 โดยกลุ่มไชยวรรณมีสัดส่วนถือหุ้นประมาณ 85% เป็นการเข้ามาถือหุ้นที่สร้างความประหลาดใจให้กับคู่แข่งขันว่าเป็นการเข้าถือหุ้นอย่างเป็นมิตรหรือไม่ เพราะปลายปี 2555 บริษัทแห่งนี้ทำการเพิ่มทุนรวดเดียว 9,500 ล้านบาท รวมทุนจดทะเบียนเป็นหมื่นล้านบาท และพอปี 2556 ก็มีข่าวกระเซ็นกระสายจากต่างประเทศว่าญี่ปุ่นพยายามที่จะเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
อย่างไรก็ตาม มีการชี้แจงจากไทยประกันชีวิตว่า การเข้าร่วมทุนครั้งนี้เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น 15% ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นญี่ปุ่นมีการชำระค่าหุ้นรวม 7,893 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนล้ำมูลค่าหุ้นรวมอยู่ในนั้น ทำให้บริษัท ไทยประกันชีวิต ต้องทำการเพิ่มทุนอีก 600 ล้านบาท รวมทุนจดทะเบียน 1.06 หมื่นล้านบาท มีตัวแทนเป็นกรรมการ 3 คน
ทั้งนี้ ต้องคอยติดตามดูกันว่า หลังพันธมิตรญี่ปุ่นรายนี้เข้ามาแล้ว จะช่วยบริษัทไทยประกันชีวิตชิงส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 กลับคืนมาได้หรือไม่ แม้ว่าผู้บริหารจะมองว่าผลกำไรคือ เป้าหมายหลักของบริษัท แต่อันดับทางการตลาดก็สำคัญต่อมูลค่าขององค์กร
นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมายังเป็นปีที่ลูกค้ารับผลตอบแทนมากเป็นพิเศษ เมื่อบริษัทประกันชีวิตทั้งรายเล็กรายใหญ่ เปิดเกมการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดเพื่อทำยอดขาย ดึงลูกค้าเก่า เอาใจพันธมิตร ถือว่ารุนแรงที่สุดในปีนี้
เกมชิงตลาดที่ถูกนำมาใช้คือ การแข่งออกแบบประกันระยะสั้น ชูผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากออกสู่ตลาด ทำให้ลูกค้าเงินหนาได้รับดอกเบี้ยเพียบ
ทั้งบริษัทขนาดเล็กอย่าง บริษัท ทิพยประกันชีวิต ออกแบบประกันชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4% ส่วนบริษัท แอ๊ดวานซ์ไลฟ์ ประกันชีวิต ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 4.18% ต่อปี บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.25% บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีแบบชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 3 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.34%
นอกจากนี้ ยังมีแบบชำระเบี้ย 1 ปี คุ้มครอง 1 ปี ของบริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต และบริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต และยังมีแบบชำระเบี้ย 1 ปี คุ้มครอง 10 ปี ของธนาคารออมสินที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 4%
สำหรับแบบประกันระยะสั้นเบี้ยจะแพงเกือบเท่ากับวงเงินความคุ้มครองและจะเริ่มต้นกันที่ 1 แสนบาท เพื่อดึงลูกค้าที่มีเงินก้อนใหญ่
กลยุทธ์การออกกรมธรรม์ระยะสั้นให้ผลตอบแทนสูง คล้ายๆ กับผลิตภัณฑ์เงินฝากประจำที่ไม่ยาวมาก ทำให้ได้ยอดขายเร็ว เพื่อรักษาระดับทางการตลาดของตัวเองไม่ให้หล่นมากนัก ทำให้บริษัทขนาดใหญ่เกือบทุกแห่งนำมาสร้างยอดขายให้บริษัท
แม้ว่ากรมธรรม์ดังกล่าวส่วนใหญ่จะทำให้บริษัทขาดทุน แต่ยังมีสินค้าอื่นๆ ในบริษัทที่ทำกำไรเพียงพอนำมาชดเชยให้บริษัท ไม่ทำให้บริษัทเสียหายก็คุ้มค่าในการที่จะนำมาสร้างภาพที่ดีในสายตาของลูกค้าและคู่ค้า
ยกเว้น บริษัท เอไอเอ สาขา ประเทศไทย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงบริษัทขนาดใหญ่แห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่ออกสินค้าขาดทุนเลย ตรงกันข้ามกลับมุ่งไปสู่การออกสินค้าที่มีทุนประกันขั้นต่ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำกำไรให้บริษัทเป็นกอบเป็นกำทุกปี







