
ดิ้นหาวิธีกู้เงินรับจำนำข้าว
กิตติรัตน์ดอดเรียกประชุมวันที่3ม.ค.นี้
กิตติรัตน์ดอดเรียกประชุมวันที่3ม.ค.นี้
บอร์ดหนี้สาธารณะหวั่นขัดกฎหมายกิตติรัตน์ เดินหน้าเรียกประชุมหาทางกู้เงินมาใช้จำนำข้าวเพิ่มอีก 2.7 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 3 ม.ค. 2557 นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับนโยบายบริหารหนี้สาธารณะ จะเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อให้พิจารณาขอมติเห็นชอบปรับแผนการบริหารหนี้สาธารณะปี 2557 ด้วยการกู้เงินเพิ่มอีก 2.7 แสนล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวของฤดูการผลิต 2556/2557 เนื่องจากเงินที่กระทรวงพาณิชย์ระบายข้าวทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ทำให้รัฐบาลไม่มีเงินพอจะจ่ายให้กับชาวนาตั้งแต่การเริ่มต้นการรับจำนำรอบใหม่เมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้แทนกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นว่า จากการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนหน้านี้ว่า รัฐบาลรักษาการสามารถกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ แต่ทาง กกต.ไม่ได้ตอบว่าทำได้หรือไม่ได้ แต่ได้ให้ข้อคิดว่าการดำเนินการกู้เงินเพิ่มนั้น มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ในลักษณะเป็นการจูงใจให้ลงคะแนนเสียงให้รัฐบาล หรือที่เป็นการสร้างภาระหนี้ให้กับรัฐบาลใหม่ ส่วนรัฐบาลรักษาการจะตัดสินใจอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลรักษาการจะตัดสินใจ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและตัวแทนคณะกรรมการจากหน่วยงานอื่นๆ มีความเป็นห่วงว่า หากคณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบให้มีการกู้เงินมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเพิ่มเติม และให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการเห็นชอบ ต่อมาในภายหลังมีผู้ไปฟ้องร้องว่ารัฐบาลรักษาการทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง จะทำให้คณะกรรมการกำกับนโยบายหนี้มีความผิดไปด้วย เพราะเป็นผู้ลงมติเห็นชอบก่อนที่จะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบได้
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า คณะกรรมการกำกับนโยบายหนี้ส่วนใหญ่จึงมีความเห็นว่า การกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกควรอยู่ในกรอบเดิม คือ ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท โดยเป็นเงินที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินกู้ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) 4.1 แสนล้านบาท และใช้เงินจาก ธ.ก.ส. อีก 9 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ในส่วนของ ธ.ก.ส.ที่ก่อนหน้านี้ใช้เงินรับจำนำข้าวไปถึง 6.8 แสนล้านบาท เมื่อได้รับเงินจากการระบายข้าวจากกระทรวงพาณิชย์ก็ได้นำไปใช้เพื่อลดวงเงินให้อยู่ไม่เกิน 5 แสนล้านบาท ตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2556 ที่ผ่านมา และไม่สามารถใช้เงินเกินวงเงิน 5 แสนล้านบาทได้อีก เพราะไม่มีมติ ครม.เปิดทางให้ทำได้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 ทาง ธ.ก.ส. ได้เปิดเผยว่า ธนาคารจ่ายเงินให้กับชาวนาในการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2556/2557 ไปแล้วจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท จากชาวนาที่ได้รับใบประทวนไปแล้วมูลค่า 9 หมื่นล้านบาท ขณะนี้ธนาคารมีวงเงินหมุนเวียนเพื่อจ่ายให้กับชาวนา 3.9 หมื่นล้านบาท จะจ่ายชาวนาได้ถึง 31 ธ.ค. 2556 เท่านั้น
ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้เงินจากการระบายข้าวของกระทรวงพาณิชย์แล้ว 1.62 แสนล้านบาท เงินจากสำนักงบประมาณได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อจ่ายชดเชยส่วนต่างจากโครงการอีกประมาณ 5.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งต้องนำไปชดเชยเงินที่ใช้ไปเกิน 5 แสนล้านบาท
ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ประสบปัญหาอย่างหนัก โดยล่าสุดนายรังสรรค์ กาสูลงค์ ประธานกลุ่มเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลติดค้างเงินจำนำข้าวชาวนาใน จ.ฉะเชิงเทรา รวมกันประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยจ่ายเงินมาให้เพียง 500 ล้านบาทเท่านั้น ส่งผลให้ชาวนาเดือดร้อนมาก ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบอัตราดอกเบี้ย 35% มาเป็นค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูก







