
ลดราคาพาร์อุ้มทหารไทย
บอร์ดทหารไทยนัดถก 20 พ.ค.นี้ คลังชงลดราคาพาร์เหลือ 95 สตางค์ ล้างขาดทุนสะสมแสนล้าน
บอร์ดทหารไทยนัดถก 20 พ.ค.นี้ คลังชงลดราคาพาร์เหลือ 95 สตางค์ ล้างขาดทุนสะสมแสนล้าน
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 20 พ.ค. 2553 คณะกรรมการของธนาคารทหารไทย จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาเสนอแผนล้างขาดทุนสะสมของธนาคาร ซึ่งจะเสนอให้ลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากปัจจุบันอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น เหลือเพียง 0.95 บาทต่อหุ้น เพื่อล้างขาดทุนสะสมประมาณ 1 แสนล้านบาท ให้หมดภายในครั้งเดียว ก่อนที่จะพิจารณาจ่ายปันผลในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ หากคณะกรรมการธนาคารที่ประกอบด้วย ตัวแทนจากกระทรวงการคลังและไอเอ็นจี กรุ๊ป เห็นชอบกับแผนดังกล่าวแล้ว ก็จะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสมัยวิสามัญต่อไปภายในปลายเดือนนี้ เพื่อขออนุมัติแผน ก่อนจะดำเนินการตามกระบวนการขออนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และจดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์ โดยกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลา 2 เดือน
นายสถิตย์ กล่าวว่า วันที่ 19 พ.ค. 2553 นี้หุ้นบุริมสิทธิของธนาคารทหารไทยที่กระทรวงการคลังถืออยู่ 26.1% จะแปลงเป็นหุ้นสามัญเหมือนกับนักลงทุนรายอื่นของธนาคาร ซึ่งเท่ากับว่าหมดเงื่อนไขต่างๆ ที่ธนาคารทหารไทยเคยถูกจำกัดไม่สามารถลดราคามูลค่าพาร์เพื่อล้างขาดทุนสะสมของธนาคารได้ เป็นผลให้ธนาคารมีผลดำเนินงานขาดทุนสะสมและไม่สามารถจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นมานานกว่า 10 ปี
“เมื่อธนาคารทหารไทยลดราคาพาร์ จะทำให้ผลขาดทุนสะสมของธนาคารหมดไป และเมื่อมีรายได้เข้ามาใหม่ ก็จะทำให้ธนาคารมีผลกำไร และสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ก็จะทำให้หุ้นของธนาคารได้รับความสนใจจากนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น ฐานะของธนาคารก็แข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย” นายสถิตย์ กล่าว
สำหรับการขายหุ้นธนาคารทหารไทยที่กระทรวงการคลังถืออยู่ให้กับกลุ่มไอเอ็นจีที่ขณะนี้ถือหุ้นธนาคารทหารไทยประมาณ 30% นั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจา เนื่องจากที่ผ่านมาทางกลุ่มไอเอ็นจีต้องการซื้อหุ้นเพิ่มจากคลังเพียง 5% เท่านั้น แต่นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต้องการให้ทางกลุ่มไอเอ็นจีซื้อหุ้นจากคลังไปทั้งหมด 26.1%
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาฐานะทางการเงินของกลุ่มไอเอ็นจีมีปัญหา และรัฐบาลได้ใส่เงินเข้ามาช่วย ดังนั้นการที่กลุ่มไอเอ็นจีจะซื้อหุ้นทหารไทยเพิ่มขึ้นจากเงื่อนไขเดิม ก็คงต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลที่ใส่เงินเข้ามาช่วยกลุ่มไอเอ็นจีก่อน
ปัจจุบันไอเอ็นจี กรุ๊ป ถือหุ้นทหารไทยอยู่ในสัดส่วน 26.4% และถือหุ้นผ่านเอ็นวีดีอาร์อีก 4.9% โดยไอเอ็นจี กรุ๊ป เห็นว่าการถือหุ้นอยู่กว่า 30% เป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้กลุ่มทุนรายใหม่ไม่กล้าเข้ามาเสนอราคาแข่ง
ขณะที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ 22.5% โดยมีต้นทุนในการลงทุนอยู่ที่หุ้นละ 3 บาท แต่มีสัญญาที่จะขายหุ้นให้กับกลุ่มไอเอ็นจี กรุ๊ป ในราคาเท่ากับที่เคยขายไปก่อนหน้าในราคาหุ้นละ 1.60-1.70 บาท
โดยก่อนหน้านี้ นางเสาวนีย์ กมลบุตร ประธานกรรมการ ธนาคารทหารไทย ส่งสัญญาณว่ากระทรวงการคลังพอใจราคาขายหุ้นที่ประมาณ 1.60 บาท เพราะหากขายหุ้นที่ราคา 3 บาท ตามต้นทุนที่กระทรวงการคลังเข้าไปเพิ่มทุนหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมาทางไอเอ็นจี กรุ๊ป อาจไม่เห็นด้วย เพราะถือว่าไม่ได้อ้างอิงกับราคาตามบุ๊กแวลู รวมทั้งคุณภาพของธุรกิจเป็นหลัก







