posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 42 ปฏิรูปประเทศ ต้องทำแบบนี้ (2)

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 42 ปฏิรูปประเทศ ต้องทำแบบนี้ (2)

01 มกราคม 2557

อาทิตย์ที่แล้ว ผมเริ่มต้นเอาไว้ว่า การปฏิรูปแบบมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จนั้น เขามีหลักการสำคัญ 8 ข้อด้วยกัน โดยข้อ 1 คือ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและประกาศเป็น “ยุทธศาสตร์” ทิศทางในการพัฒนาประเทศ วันนี้ผมขอต่อเลยนะครับ

อาทิตย์ที่แล้ว ผมเริ่มต้นเอาไว้ว่า การปฏิรูปแบบมาเลเซียที่ประสบความสำเร็จนั้น เขามีหลักการสำคัญ 8 ข้อด้วยกัน โดยข้อ 1 คือ การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและประกาศเป็น “ยุทธศาสตร์” ทิศทางในการพัฒนาประเทศ วันนี้ผมขอต่อเลยนะครับ

ข้อที่ 2 มาเลเซียจะเอาเรื่องที่จะปฏิรูปทั้งหมดมาเข้า “แล็บ” ที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ มานั่งระดมสมองกันว่า หัวข้อที่จะปฏิรูปนั้นจะต้องทำอย่างไร จึงจะปฏิรูปได้สำเร็จ ถ้าหากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต่างประเทศทำได้ดี ก็จะเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาเข้าแล็บด้วย ถ้าหากจำเป็นต้องไปดูงาน เช่น เรื่องการจะปฏิรูปการปราบปรามอาชญากรรม มาเลเซียก็ส่งคนไปเรียนรู้การทำงานของตำรวจนิวยอร์กที่ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงที่สุดในโลก และเอาระบบไอทีของตำรวจนิวยอร์กกลับมาใช้ในมาเลเซียอีกด้วย

ข้อที่ 3 เมื่อได้ข้อสรุปของผู้เชี่ยวชาญจาก “แล็บ” แล้วมาเลเซียยังไม่เอาแนวทางการปฏิรูปนั้นมาใช้นะครับ แต่เขาจะเอามาให้ “ประชาชน” ได้รับรู้ วิพากษ์วิจารณ์และเพิ่มเติมแนวทางการปฏิรูปอีกด้วย ขั้นตอนนี้เขาเรียก “Open Day” ครับ ขั้นตอนนี้เขาให้ความสำคัญมากและเปิดกว้างสำหรับใครก็ได้ที่สนใจจะร่วมแสดงความเห็น ซึ่งประชาชนสามารถมาแสดงความเห็นด้วยตัวเอง หรืออาจจะส่งความเห็นมาทางอีเมล SMS หรือทางอื่นๆ ที่ประชาชนสะดวก “เวลา” ที่มาเลเซียเขาให้กับขั้นตอนนี้ก็เต็มที่เลยครับ แต่ละเรื่องใช้เวลากันหลายรอบ แต่ละรอบใช้เวลากันสองสามวันเต็มๆ เลยทีเดียว

ข้อที่ 4 นี่เป็นข้อที่ทำให้การปฏิรูปแบบมาเลเซียเขามี Transparency และ Accountability ครับ เพราะเป็นขั้นตอนที่เขาจะเขียน “โรดแมป” ซึ่งจะเขียนไว้ชัดเจนเลยว่า ในแต่ละเรื่องที่จะปฏิรูปนั้น มีขั้นตอนการปฏิรูปอย่างไร ขั้นตอนไหนใครต้องทำอะไร เมื่อขั้นตอนชัดเจนความโปร่งใสก็เกิด และเมื่อรู้ว่าใครต้องทำอะไรตอนไหน Accountability ก็เลยมี

ข้อที่ 5 คือ ขั้นตอนของการกำหนด KPI ครับ ซึ่งจะเขียนไว้เป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่ KPI ระดับชาติว่าเรื่องที่จะปฏิรูปนั้นเขาจะวัด KPI ได้อย่างไร แล้วค่อยๆ แตกย่อยมาเป็น KPI ระดับรัฐมนตรี KPI ระดับปลัดกระทรวง ระดับอธิบดี และตำแหน่งที่รองๆ ลงมา นอกจากจะมี KPI สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องแล้ว จุดเด่นของ KPI มาเลเซีย คือ KPI ที่ตั้งนั้นถ้าคนที่รับผิดชอบทำตามขั้นตอนและบรรลุ KPI แล้ว การบรรลุ KPI นั้นจะต้องส่งผลให้การปฏิรูปสำเร็จได้ตามเป้าหมายจริง ไม่ใช่ทำงานบรรลุ KPI แต่ผลงานไม่บรรลุเป้าหมาย สำหรับคนเป็นรัฐมนตรี KPI ของเขาจะถูกส่งผ่านแท็บเล็ต ไปยังรัฐมนตรีโดยตรงแต่ละคนในเย็นวันศุกร์ เพื่อที่รัฐมนตรีแต่ละคนจะได้รู้ว่างานในความรับผิดชอบของตัวเองนั้นเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลานายกรัฐมนตรี ก็จะได้เรียกรัฐมนตรีมาคุยเป็นรายคน ว่าทำไมผลงานจึงเป็นเช่นนั้น พร้อมๆ กับซีอีโอของหน่วยงานที่คอยกำกับติดตามและประเมินผลการปฏิรูปที่ชื่อว่า “PEMANDU”

ข้อที่ 6 คือ การเริ่มการปฏิรูปจริง ในขั้นตอนนี้ผลการปฏิรูปจะถูกตีพิมพ์เผยแพร่สู่สาธารณชนอย่างเปิดเผยและโปร่งใส งานการปฏิรูปแต่ละขั้นตอนได้เดินหน้าตามกำหนดเวลาหรือไม่อย่างไร ผลงานเป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่

ข้อที่ 7 ในขั้นตอนนี้มาเลเซียเขาไปเชิญผู้ตรวจสอบ หรือออดิเตอร์ จาก “ต่างประเทศ” มา “ตรวจสอบ” ว่า KPI ที่ได้ผลงานที่ออกมานั้นเป็นตัวเลขและผลงานจริงหรือไม่ และจะเป็นผลงานที่นำไปสู่ความสำเร็จของการปฏิรูปได้จริงตามเป้าหมายหรือไม่

ข้อที่ 8 เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการปฏิรูปที่พอครบรอบปีของการปฏิรูป รัฐบาลเขาจะจัดทำเป็นรายงานประจำปีทั้งที่เป็นรูปเล่มและจัดทำเป็น eReport ในเว็บไซต์ของ PEMANDU รายงานประจำปีนี้เขาทำแบบละเอียดยิบและครบถ้วนเลยนะครับ ว่าการปฏิรูปแต่ละเรื่องที่ตั้งเอาไว้ อะไรคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหน แต่ละเรื่องมีตัวเลขกำกับชัดเจน ไม่ใช่รายงานกันแบบนามธรรมและลอยๆ นะครับ

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมไทยเราปฏิรูปกันยังไม่เคยสำเร็จเลย เพราะทั้งแปดข้อนี่ผมว่าเรายังไม่เคยทำจริงจังซักข้อเลยนะครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ